
สนับสนุนโดย Kapook.com
ตามรอย 4 ปราสาทหิน เยือนถิ่นอารยธรรมขอม (Weekend Magazine)
ก่อน
สงกรานได้ข่าวมาว่าทางไปรษณีย์ไทยจะจัดทำแสตมป์ชุดพิเศษ
เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย 2552 โดยเลือกเอาปราสาทหินสด็กก๊อก-ธม
ปราสาทตาเมือน ปราสาทเมืองต่ำและปราสาทหินพนมรุ้ง
ปราสาทหินตามแบบศิลปะขอมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ ประเทศไทยมาเป็นต้นแบบ ว่าแล้วได้โอกาสหยุดสงกรานต์ตั้งหลายวัน เลยรีบโทรศัพท์ไปชวนเพื่อน ๆ ไปเที่ยวอีสานและตามรอยปราสาทหินเหล่านี้กัน
นัดเพื่อนเช้าตรู่ที่สุวรรณภูมิเพื่อขึ้นเครื่องไปลงอุบลฯ
ลงเครื่องปุ๊บก็รีบ ไปเอารถเช่าที่พี่เจ้าหน้าที่ Budget ซึ่งมี Counter
อยู่ในสนามบินอุบลฯ จึงทำให้สะดวกในการรับรถ
ปกติแล้วถ้าขับรถมาอุบลเองคงต้องเสีย เวลาเป็นวัน ๆ
เราเลยตัดสินใจนั่งเครื่องมาและเช่ารถจาก Budget ขับ เที่ยวมาเรื่อย ๆ
ดีกว่า เพราะยิ่งเช่าหลายวันราคาก็ยิ่งถูกอย่างทริปนี้ เราเดินทาง 4-5 คน
จึงเลือกใช้รถ Toyota Altis ตัวใหม่ ซึ่งทาง Budget
มีโปรโมชั่นราคาพิเศษแค่ 1,190 บาทต่อวัน แถมรถคันนี้ยังมีที่เก็บ
สัมภาระได้อีกเยอะแยะ
เที่ยวคราวนี้เลยประหยัดทั้งเวลาประหยัดทั้งเงินอีกด้วย
ตระเวน
หาของกินในตัวเมืองอุบล พอท้องอิ่มแล้วก็ออกเดินทางขับรถ
เรื่อยมาตามทางหลวงหมายเลข 23 ผ่านจังหวัดศรีษะเกษ เข้าสู่อำเภอประโคนชัย
ขับจากอำเภอประโคนชัยไปเห็นทางแยกเข้าปราสาทเมือง ต่ำอยู่ทางฝั่งซ้าย
เลี้ยวเข้าไปอีก 16 กิโลเมตรก็เห็นตัวปราสาท
ปราสาทเมืองต่ำ
เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู สันนิษฐานว่าสร้าง ขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16
กลางพุทธศตวรรษที่ 17 ซึ่งตรงกับรูปแบบ ศิลปะขอมสมัยบาปวน
ปราสาทเมืองต่ำประกอบไปด้วยปรางค์ 5 หลัง สร้างอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน
โดยมีปรางค์ประธานซึ่งมีขนาดใหญ่ สุดตั้งอยู่ตรงกลางด้านหน้า
ปรางค์ประธานหลังนี้ปัจจุบันหลงเหลืออยู่ แค่เพียงส่วนฐาน
แต่มีการขุดพบทับหลังสลักเป็นภาพเทพถือดอกบัว ประทับนั่งเหนือหน้ากาล
แวดล้อมด้วยสตรีเป็นบริวาร หน้าบันสลัก ภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ
ส่วนทับหลังประตูปรางค์สลักเป็นเทพ นั่งชันเข่าเหนือหน้ากาล
ส่วนปรางค์บริวารอีก 4 องค์นั้นยังคงมีทับหลังติดอยู่เหนือประตูทางเข้า 2
องค์ คือ องค์ที่อยู่ทางทิศเหนือของแถวหน้า
และองค์ทิศใต้ของแถวหลังสลักภาพพระศิวะอุ้มพระแม่อุมา บนพระเพลา
ประทับนั่งอยู่บนหลังโคนนทิ
ด้านนอกของปราสาทเมือง
ต่ำล้อมรอบด้วยกำแพงสองชั้นประกอบไปด้วยซุ้มประตู 4 ด้าน
สลักเป็นภาพเล่าเรื่องในศาสนาฮินดูและลายพรรณพฤกษา
ระหว่างกำแพงชั้นในและกำแพงชั้นนอกเป็นลานกว้าง มีสระน้ำที่ประดับด้วยนาค
5 เศียรตั้งอยู่ทั้ง 4 มุม
ปราสาทเมืองต่ำ เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา 06.00-18.00 น.
อัตราค่าเข้าชม
: ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท หรือ สามารถซื้อบัตรรวมได้ ชาวไทย
30 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท
โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมโบราณสถานในจังหวัดบุรีรัมย์ทั้งสองแห่งได้แก่
ปราสาทเมืองต่ำและปราสาทหินพนมรุ้งได้
ออกจากปราสาทเมืองต่ำขับรถต่อไปยังปราสาทหินพนมรุ้ง ซึ่งเดิมเคย
เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย แต่ถูกบูรณะ ปรับปรุง
เปลี่ยนแปลงต่อเนื่องกันมาหลายสมัย จนกระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ 18
พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน
จึงได้มีการเปลี่ยนปราสาทหินพนมรุ้งจากเทวสถานให้กลาย
เป็นพุทธศาสนสถานนับตั้งแต่นั้น
ปราสาทพนมรุ้ง
สร้างขึ้นบนภูเขาตามคติเรื่องที่ประทับของพระศิวะ
แผนผังของตัวปราสาทมีตระพังหรือสระน้ำสามชั้นผ่านขึ้นมาสู่ พลับพลาชั้นแรก
จากนั้นเป็นทางเดินซึ่งมีเสานางเรียงปักอยู่ที่ขอบทาง ทั้งสองข้าง
ซึ่งจะทอดไปสู่สะพานนาคราช ด้านข้างของทางเดินทาง
ทิศเหนือมีพลับพลาสร้างด้วยศิลาแลง 1 หลัง เรียกกันว่า โรงช้างเผือก
สุดสะพานนาคราชเป็นบันไดทางขึ้นสู่ปราสาท โดยมีทางนำไปสู่
สะพานนาคราชหน้าประตูกลางของระเบียงคด อันเป็นเส้นทางหลักที่
จะผ่านเข้าสู่ลานชั้นในของปราสาท และยังมีสะพานนาคราชก่อนถึง
ปรางค์ประธานอีกหนึ่งชั้น
ปรางค์ประธาน
ตั้งอยู่ตรงศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน ตกแต่งด้วยลายพรรณพฤกษา ภาพฤาษี
และเทพประจำทิศ ทุกปีในช่วงในช่วงต้นเดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนกันยายน
และเดือนตุลาคม นักท่องเที่ยวสามารถไปร่วมชมปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตรง 15
ช่องประตูได้
แต่จะเป็นวันไหนต้องสอบถามวันเวลาที่อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง โทร.
0-4478-2715
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น.
อัตราค่าเข้าชม: ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท หรือ
สามารถซื้อบัตรรวมได้ ชาวไทย 30 บาท ชาวต่างประเทศ 150 บาท
โดยบัตรนี้สามารถเข้าชมโบราณสถานในจังหวัดบุรีรัมย์ทั้งสองแห่ง
ได้แก่ปราสาทเมืองต่ำ และปราสาทหินพนมรุ้งได้
การเดินทางไปอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
จากตัวจังหวัดบุรีรัมย์ สามารถเดินทางไป พนมรุ้งได้ 2 เส้นทาง คือ
1. ใช้เส้นทางสายบุรีรัมย์-นางรอง (ทางหลวง 208)
ระยะทาง 50 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงสาย 24 ไป 14 กิโลเมตร
ถึงบ้านตะโก เลี้ยวขวาผ่านบ้านตาเป็ก
อำเภอเฉลิมพระเกียรติไปพนมรุ้งเป็นระยะ ทางอีก 12 กิโลเมตร
2. ใช้เส้นทางสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ทางหลวงหมายเลข 23
เป็นระยะทาง 44 กิโลเมตร จากตัวอำเภอประโคนชัย มีทางแยกไปพนมรุ้งระยะ
ทางอีก 21 กิโลเมตร (เส้นทางนี้ผ่านทางแยกเข้าปราสาทเมืองต่ำด้วย)
รถโดยสาร
จากสถานีขนส่งบุรีรัมย์ ขึ้นรถสายบุรีรัมย์-จันทบุรี ลงรถที่
บ้านตะโกแล้วต่อรถสองแถวหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปพนมรุ้ง ควร
ตกลงราคาค่าโดยสารก่อนเดินทาง
แวะพักที่จังหวัดบุรีรัมย์ 1 คืน
วันรุ่งขึ้นตื่นแต่เช้าเพื่อเดินทางไปต่อยัง จังหวัดสุรินทร์
ขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 219 ทางไปบ้านกรวด
มาจนถึงแยกตัดเข้าทางหลวงหมายเลข 2121
เลี้ยวไปตามป้ายบอกทางไปอำเภอพนมดงรัก ขับตรงไปเรื่อย ๆ
จนเจอป้ายบอกทางไปกลุ่มปราสาทตาเมือน
ปราสาทตาเมือน
เป็นสิ่งก่อสร้างที่เชื่อว่าคือที่พักคนเดินทางแห่งหนึ่ง ใน 17
แห่งที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างขึ้นจากเมืองยโสธรปุระ
ไปยังเมืองพิมาย ปราสาทตาเมือนประกอบไปด้วยปราสาทตาเมือน โต๊ด
เป็นอโรคยาศาล สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18 ยังคงสภาพเกือบจะ สมบูรณ์
และปราสาทตาเมือนธมอยู่ถัดจากปราสาทตาเมือนโต๊ด ไปทางทิศใต้ประมาณ 200
เมตร เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ปราสาทตาเมือน
ประกอบด้วยปรางค์สามองค์ มีปรางค์ประธานขนาด ใหญ่ที่สุดอยู่ตรงกลาง
ที่ลานริมระเบียงคดทางมุขด้านทิศตะวันออก
เฉียงใต้มีศิลาจารึกภาษาขอมกล่าวถึงชื่อ พระกัลปกฤษณะ
จึงสันนิษฐานว่ากลุ่มปราสาทตาเมือนเป็นศาสนสถานในศาสนาพราหมณ์
การเดินทางไปกลุ่มปราสาทตาเมือน
จากจังหวัดสุรินทร์ไปทางอำเภอปราสาทตามทางหลวงหมายเลข 214
จนถึงทางแยกตัดกับทางหลวงหมายเลข 2121 ไปตามป้ายบอกทางไป
กิ่งอำเภอพนมดงรัก ผ่านด้านตรวจที่บ้านนิคมซอย 16 มาจนถึงทางแยก
ให้ใช้เส้นขวาหรือเส้นตรง ทางหลวงหมายเลข 2075
จะพบป้ายบอกทางไปกลุ่มปราสาทตาเมือน
จากบุรีรัมย์ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 219 ที่จะไปบ้านกรวด จนมา ถึงแยกที่ตัดกับทางหลวงหมายเลข 2121 เข้าทางหลวงหมายเลข 2121 แล้วไปตามทางเดียวกันกับที่มาจากจังหวัดสุรินทร์
ปิดท้ายทริปนี้ที่ ปราสาทหินสด๊กก๊อกธม
ในจังหวัดสระแก้ว ตัวปราสาทก่อด้วยหินทรายและศิลาแลง
โดยมีรูปแบบศิลปะตรงกับศิลปะขอม สมัยบาปวนมีกำแพงแก้ว 2 ชั้น
ชั้นนอกทำด้วยศิลาแลง ชั้นในทำด้วย หินทราย
ซุ้มประตูอยู่ทางทิศตะวันออกและทางทิศตะวันตก และมีระ
เบียงคดล้อมรอบตัวปราสาท มีปรางค์ประธานซึ่งตามจารึกกล่าวว่าใช้
เป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ตั้งอยู่ตรงกลาง มีการค้นพบศิลาจารึก 2 หลัก
ตรงด้านนอกปราสาทเป็นจารึกอักษรขอมโบราณ กล่าวถึงพระเจ้าอาทิตยวรมันที่ 2
ซึ่งบูรณะปราสาทสด๊กก๊อกธมสำเร็จเมื่อปีพุทธศักราช 1595
การเดินทางไปปราสาทหินสด๊กก๊อกธม
ไปตามทางหลวงหมายเลข 348 จะ
เจอทางแยกตัดเข้าทางหลวงหมาย เลข 3381 เลี้ยวเข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตร
จะเห็นสถานีอนามัยโคกสูง อยู่ทางขวา เลี้ยวซ้ายเข้าไปตามทางแยกอีกประมาณ 4
กิโลเมตร ผ่าน โรงเรียนบ้านหนองเสม็ด ถึงกิโลเมตรที่ 12
เลี้ยวขวาเข้าไปอีก 2.5 กิโลเมตร ถึงปราสาทสด๊กก๊อกธม
สิ้น
สุดการเดินทาง กลับถึงกรุงเทพฯ แล้วรีบเอารถไปคืนที่ศูนย์ Budget
เพื่อที่จะกลับไปพักผ่อนต่อที่บ้าน
วันหยุดยาวที่ผ่านมานี้ได้เห็นทั้งมนต์ขลังของโบราณสถาน ได้เห็น
(และได้รับ) มิตรไมตรีของชาวบ้าน
ถึงจะเหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่ก็ไม่เสียดายเวลาเพราะสิ่งที่ได้กลับมาคืออีก
หนึ่งประสบการณ์การเดินทางอันแสนน่าประทับใจ