ออนไลน์ 2,097  คน     ค้นหาด่วน:  

ดูละครอุบัติเหตุย้อนหลัง ตอนแรก ตอนที่ 1 (26 ตุลาคม 2555)

ดูละครอุบัติเหตุย้อนหลัง ตอนแรก ตอนที่ 1 (26 ตุลาคม 2555)
อัพเดท : 08 มีนาคม 2556,00:29
อ่าน : 65,457
หมวดหมู่ : ดูละครย้อนหลัง (แยกตามตอน)










 อุบัติเหตุ ตอนที่ 1
      
       ณ โรงแรมหรูริมทะเลในยามค่ำคืน...รถลิมูซีนติดตราโรงแรมแล่นเข้ามาจอดด้านหน้า ต่อท้ายจากรถของแขกอื่นๆ ที่ทยอยเข้าพัก พนักงานต้อนรับตรงเข้ามาเปิดประตูรถตอนหลัง เพื่อให้ผู้โดยสารก้าวออก มา
      
       ซึ่งเธอคือ...วิศนีที่ใส่รองเท้าส้นสูงยี่ห้อหรู เสื้อผ้าและการแต่งตัวเปรี้ยวเก๋ หญิงสาวเพิ่งลงจากเครื่องบินแล้วต่อรถมาที่โรงแรม เลย
       วิศนีเป็นลูกสาวคนเดียวของอำนวย สุริยาทิตย์ นักธุรกิจเจ้าของบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ เธอถูกส่งไปเรียนที่เมืองนอกตั้งแต่วัยรุ่น เพราะอำนวย เลิกกับแวว ภรรยาของเขาที่ติดเหล้า และการพนันอย่างหนัก ทำให้เขาต้องทำงานหนักกว่าจะร่ำรวยใน ปัจจุบัน
       นั่นทำให้วิศนีกลายเป็นคนขาดความอบอุ่น โหยหาความรักจากพ่อแม่ และพยายามทำตัวขบถประชดพ่อ เสมอ
       ในความมั่นใจตัวเองสูงที่แสดงออกมา แต่ลึกๆ แล้ว วิศนีเป็นคนอ่อนไหวง่าย และเสียใจอย่างที่สุดเมื่อรู้ว่าพ่อจะแต่งงานใหม่กับกรแก้ว ที่มาจากครอบครัวผู้ดีเก่า มีชื่อเสียงเด่นดังในแวดวง สังคม
      
       ทุกก้าวย่างขณะเดินเข้ามาในโรงแรม ความสวยเด่นของวิศนีเหมือนมีออร่าเปล่งประกายรอบตัว จนทำให้แขกหนุ่มๆ แถวนั้นหันมามองด้วยความสนใจเป็นตาเดียวกัน แต่วิศนีไม่ได้สนใจสายตาเหล่านั้น เธอเดินเชิดๆ มั่นๆ ขึ้นบันได โรงแรม
       วิศนีเดินผ่านประตูเข้าไป เห็นป้ายของโรงแรมที่บอกทางไปห้องจัดเลี้ยงต่างๆ หญิงสาวหยุดมอง บนป้ายระบุงานเลี้ยงต่างๆ รวมถึงงานแต่งงานของอำนวยกับกรแก้วด้วย เธอมองดูป้ายแล้วแค่นยิ้มนิดๆ ก่อนจะเดินเลยไปจัดการเรื่องเช็คอินที่เคาน์เตอร์ ท่าทางและบุคลิกของวิศนีดูระเหิดระหงจนใครๆ ต่างก็มอง ตาม
      
       บริเวณเคาน์เตอร์เดียวกันแต่อีกฝั่งหนึ่ง อารุม ผู้จัดการแผนกหนึ่งในบริษัทของอำนวย กับนนทลียืนติดต่อกับพนักงาน อยู่
       นนทลี เป็นคนรักของอารุม ทำงานบริษัทเดียวกัน ฐานะพื้นเพปานกลางถึงลำบาก เพราะพ่อแม่เสียชีวิตนานแล้ว จึงต้องส่งเสียให้นีรนุช น้องสาวคนเดียวของเธอเรียนหนังสือจนจบ ขณะเดียวกันก็มีความทะเยอทะยานอยากสุขสบายอยู่ลึกๆ เป็นคนหัวอ่อน เชื่อคนง่าย ขี้น้อยใจ นนทลีหันมาเห็นวิศนีเดินผ่านไปก็เผลอมองเพลินแล้วรำพึงออกมา เบาๆ
       “ผู้หญิงคนนั้นสวย จัง...”
       อารุมนั้นเป็นคนเอาการเอางาน จริงจังกับชีวิต บุคลิกเลยค่อนข้างเงียบขรึม และเคร่งเครียด เพราะพื้นฐานวัยเด็กที่ต้องสู้ชีวิตมาตลอด...อารุมกำลังอ่านเอกสารในแฟ้มที่ ถือติดมือมาด้วย เลยไม่ได้สนใจมองตาม แต่ถาม เอาใจ
       “ผู้หญิงคน ไหน”
       นนทลียิ้ม ขำ
       “ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่น เขาคงรีบหันขวับไปมองแล้วว่าสวยแค่ไหน มีแต่อารุมนี่แหละ ถามแต่ก็ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา ดู”
       อารุมละสายตาจากแฟ้มขึ้นมามองนนทลี ยิ้มๆ
       “ก็ผมไม่ได้อยากมองผู้หญิงคนไหนนอกจากน น”
       นนทลีมองอารุมขำๆ เอ็นดู พนักงานต้อนรับคุยโทรศัพท์เสร็จพอดีจึงหันมาบ อก
       “คุณอำนวยพร้อมให้ขึ้นไปพบแล้ว ค่ะ”
       “ขอบคุณครับ” อารุมหันไปบอกนนทลี “นนรอแถวนี้นะ เดี๋ยวผม มา”
       นนทลีพยักหน้าแล้วหันมองไปรอบๆ โรงแรม แล้วเดินออกไปหาที่นั่ง รอ
      
       อารุมถือแฟ้มรีบเดินตรงมาที่ลิฟต์ เห็นลิฟต์ตัวนึงจะปิด ก็รีบพุ่งเข้าไปกดเปิดไว้ ลิฟต์เปิดออก วิศนียืนอยู่ในลิฟต์ มีเบลบอยกับรถเข็นกระเป๋าคั่นกลาง อารุมมองวิศนีอย่างสะดุดตา แต่ไม่ได้สนใจอะไร ก้าวตามเข้าไปยืนข้างๆ ก่อนจะพูดอย่าง เร็ว
       “ชั้น 10 ครับ ขอบคุณ ครับ”
      
       เบลบอยกดเลขชั้นแล้วปิดประตูลิฟต์ อารุมกับวิศนียืนชิดกันในลิฟต์ แต่ต่างฝ่ายต่างไม่ได้สนใจ กัน

       วิศนีเปลี่ยนชุดราตรีสั้นดีไซน์หรูและเก๋ เข้ามานั่งรอเวลาที่โซฟาในล็อบบี้ ดูสวยสะดุดตา หนุ่มฝรั่งเศส 2 คน เดินผ่านมาเห็นวิศนีก็หยุดมองแบบปิ๊ง ก่อนจะพยักเพยิดชวนกันเดินมาหา พูดภาษาไทย แปร่งๆ
      
       “ขอนั่งด้วยคนได้ไหม ครับ”
       วิศนีเหลือบตามองทั้งสอง แล้วก้มหน้าอ่านหนังสือต่อไม่สนใจ หนุ่มฝรั่งคู่หูถือวิสาสะนั่งลง ทันที
       “มาเที่ยวคนเดียวเหรอครับ อยากได้เพื่อน ไหม”
       ฝรั่งทำเจ้าชู้ใส่ วิศนีทำหูทวนลมไม่สนใจ ฝรั่งยักไหล่หันไปคุยกับเพื่อนแบบฉุนกึ่งเหยียด นินทาต่อหน้าเพราะคิดว่าวิศนีฟังไม่ ออก
       “Regard! Elle a l’air snob. Elle pense peut etre que je suis pauvre” (ยายนี่หยิ่งชะมัด สงสัยจะคิดว่าฉันจน มั้ง)
       “Bien sur! Les thailandaises n'aiment que notre argent. Donne la quelque et elle va parler avec toi toute la nuit.” (แหงอยู่แล้ว สาวไทยชอบเงินฝรั่ง ลองควักเงินให้สิ รับรองว่าเธอคุยกับนายทั้งคืน แน่)
       ฝรั่งสองคนหัวเราะเยาะใส่กันอย่างลำพอง คนหนึ่งหยิบกระเป๋าตังค์ ยื่นแบงค์ยูโรโบกใส่วิศนี ยั่วๆ
       “อยากได้ ไหม”
       วิศนีวางหนังสือหันมายิ้มให้ แล้วดึงเงินมา ฝรั่งยิ้มให้กันแบบว่าแล้ว แต่วิศนีเอาเงินนั้นหย่อนลงถังขยะหน้าตาเฉย ฝรั่งทั้งสองหน้าเจื่อนไป วิศนียิ้มหวาน ก่อนจะตอบเป็นภาษาฝรั่งเศสแบบคล่อง ปรื๋อ
       “Je vais pas parler avec vous. C’est pas parce que vous etes pauvre, mais c’est que vous etes impoli. Excusez moi…” (ฉันไม่คุย - ไม่ใช่เพราะพวกคุณจน - แต่เพราะพวกคุณมันไร้มารยาท - ขอตัวนะ คะ...)
       วิศนีพูดจบก็ลุกหนีไปแบบเชิดๆ ทิ้งให้หนุ่มฝรั่งนั่งอึ้ง คาดไม่ ถึง
      
       อำนวยอยู่ในห้องแต่งตัวของโรงแรม เซ็นเอกสารในแฟ้ม แล้วส่งคืนให้อารุมที่ยืนรอ อยู่...
       “เรียบร้อยแล้วอารุม ขอโทษด้วยนะที่ต้องเรียกมากะทันหันแบบ นี้”
       “ไม่เป็นไร ครับ”
       อำนวยหันไปขยับเนคไทแต่งตัวต่อ อารุมกำลังจะออกไปอำนวยก็นึก ได้
       “เออ คุณจะลงไปร่วมงานไหม ผมจะบอกคุณกรแก้ว ให้”
       “ไม่เป็นไรครับท่าน ผมว่าจะกลับเลย ขอแสดงความยินดีอีกครั้งนะ ครับ”
       อำนวยพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วหันไปแต่งตัวต่อ อารุมออก ไป
      
       อารุมกับนนทลีเดินออกมาหน้าโรงแรมเตรียมไปขึ้น รถ
       “อารุมไม่น่าปฏิเสธเลย ไหนๆ ก็มาแล้ว นนอยากเห็นว่างานแต่งงานท่านประธานจะไฮโซขนาดไหน” นนทลีบ่นอย่าง เสียดาย
       “แต่มันเป็นงานเลี้ยงภายในครอบครัวกับแขกผู้ใหญ่ เราโผล่ไปคงไม่เหมาะ เพราะคนที่บริษัทก็ไม่มีใครได้รับ เชิญ”
       “ไม่อยากให้เอิกเกริก แล้วจะจัดงานในโรงแรมห้าหกดาวแบบนี้ทำไม คุณกรแก้วภรรยาท่านนี่ก็ แปลก”
       อารุมนิ่งไป ไม่อยากออกความเห็นขัดคอ นนทลีพูดต่อ ฝันๆ
       “แต่นนแอบไปดูหน้างานมาแล้วล่ะ จัดริมหาด วิวสวยโรแมนติกมากเลย เห็นแล้วอยากให้งานเราเป็นแบบนี้บ้าง อารุมคิดว่า ไง”
       “คงใช้เงินไม่ใช่น้อยเลย นะ”
       “แพงก็แพงสิ งานแต่งงานมันควรจะสมเกียรติคนที่เราเลือกมาเป็นคู่ชีวิตนี่ นา”
       นนทลีมองอารุมทีเล่นทีจริง อารุมไม่ตอบอะไร เปิดประตูขึ้นรถ แต่ในใจเริ่มกลุ้มนิดๆกับความคิดของคน รัก
      
       วิศนีเดินออกมาพูดโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่งในโรงแรม แล้วมองไปที่บริเวณจัดงานริมหาดที่มีไฟระยิบ ระยับ
       “ใกล้จะถึงหรือยังคะ...โอเค ฉันจะไปรอข้าง ใน”
      
       วิศนีกดตัดสาย แล้วทอดมองออกไปที่ริมหาด ยิ้มลึกลับ เพราะคิดจะทำอะไร บางอย่าง

       งานเลี้ยงคอกเทลสวยงามในบรรยากาศริมหาด ไม่หรูหราเป็นทางการจนเกินไปนัก แขกเหรื่อหลายๆ กลุ่มเดินกันขวักไขว่ กรองทองกับแกมกาญจน์ พี่สาวทั้งสองของกรแก้วเดินปะปน อยู่
      
       กรองทองเป็นพี่ใหญ่ มีความเป็นผู้ใหญ่ สุขุมกว่าแกมกาญจน์ พี่สาวคนรองซึ่งค่อนข้างใจร้อน และเจ้ากี้เจ้าการ ไฮโซกลุ่มหนึ่งกำลังจับกลุ่มเม้าท์เจ้าภาพอย่างออก รส
       “นึกว่าคุณกรแก้วจะเป็นโสดตลอดชีวิต ที่ไหนได้ ดันมาเป็นเจ้าสาวตอน แก่”
       “ฉันเห็นกรแก้วมาตั้งแต่ผูกคอซอง สมัยนั้นเธอก็สวยเด่น แต่ใครมาจีบก็ไม่เอา คอยจะหาข้อติว่าเขาต่ำต้อยตรงนั้นตรงนี้ สุดท้ายก็ค้างเติ่งบน คาน”
       ไฮโซหัวเราะครืนใส่กัน ไม่ทันเห็นว่ากรองทองกับแกมกาญจน์เดินผ่านมา ไฮโซอีกคนแย้ง ขึ้น
       “ค้างเติ่งตรงไหน ก็ได้แต่งแล้วนี่ เจ้าบ่าวก็นักธุรกิจร้อยล้านเชียว นะ”
       “เขาเรียกช้าๆ ได้พร้าเล่มงามไง ล่ะ”
       ไฮโซหัวเราะกันอีก แกมกาญจน์ได้ยินก็ฉุน ทำท่าจะเข้าไป กรองทองได้ยินเหมือน กัน
       “จะไปไหนยายกา ญจน์”
       “คุณพี่ไม่ได้ยินเขานินทาน้องเราหรือไง คะ”
       “ช่างเขา งานนี้เป็นงานมงคล เธออย่าทำให้มันเป็น อัปมงคล”
       แกมกาญจน์เห็นสายตาปรามของพี่สาวก็ขัดใจ แต่ก็ยอมเดินเลี่ยงตามไป กลุ่มไฮโซเม้าท์ ต่อ
       “แหม พร้าตัดหญ้าของแท้เลยล่ะเธอ พื้นเพมาจากไหนก็ไม่รู้ พวกเศรษฐี ใหม่”
       “นึกแล้วก็ขำ ตอนลูกนายพลมาจีบเธอไม่เอา ดันมาเอาลูกชาว นา”
       ทันใดนั้นเสียง วิศนีก็ดัง ขึ้น
       “แต่ชาวนาก็ปลูกผักปลูกข้าวให้ทุกคนได้กินไม่ใช่เหรอ คะ”
       กลุ่มไฮโซชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงหนึ่งแหวกเข้ามา หันไปมอง เห็นวิศนียืนง่วนอยู่ที่โต๊ะคอกเทลใกล้ๆ ก้มหน้าก้มตาจิ้มอาหารใส่จานของตัวเอง แล้วหันมายิ้มหวานใส่ทุก คน
       “แทนที่พวกคุณหญิงจะเอาเวลามาเม้าท์กันจนท้องกิ่ว ทำไมหาอะไรทานล่ะคะ เผื่ออิ่มแล้วจะได้สำนึกว่าที่ไม่ต้องอดตาย ก็เพราะผักหญ้าที่พวกชาวไร่ชาวนาเก็บเกี่ยวให้ทั้ง นั้น”
       วิศนียื่นจานที่ตัวเองถือ ยิ้มเชื้อเชิญให้หยิบ เหล่าไฮโซหน้าม้าน แตกกระจายไปแบบเจื่อนๆ วิศนีมองตามสะใจ ลึกๆอดไม่ได้ที่จะโกรธที่พ่อโดนดูถูก แต่ความเคืองพ่อก็ยังมี อยู่
      
       บรรยากาศของงานดำเนินไปเรื่อยๆ จนพิธีกรขึ้นมากล่าวบน เวที
       “ครับ ก็ถึงวาระอันสมควรเจ้าภาพทั้งสองท่านของงาน จะได้ขึ้นมากล่าวอะไรสักเล็กน้อยก่อนที่ทุกคนจะได้สนุกกันต่อ ขอเรียนเชิญคุณอำนวยกับคุณกรแก้ว สุริยาทิตย์ ครับ”
       กลุ่มแขกตีวงกันเข้ามารออยู่หน้าเวที กรองทองกับแกมกาญจน์อยู่แถวหน้าสุด ทุกคนพากันปรบมือ เมื่ออำนวยกับกรแก้วจูงมือกันขึ้นไปบน เวที
       อำนวยรับไมค์มาด้วยท่าทางเคอะ เขิน
       “ผมก็ต้องขอขอบคุณทุกท่าน ที่มาเป็นเกียรติแสดงความยินดีกับพวกเราในวันนี้นะครับ...นี่อาจจะเป็นครั้ง แรกสำหรับบางท่าน ที่ได้มางานแต่งงานของผม ส่วนท่านที่มาเป็นครั้งที่สอง ยังไงท่านก็มีเพื่อนครับ...เพราะผมก็มาเป็นครั้งที่สองเหมือน กัน”
       แขกในงานฮาครืน อำนวยยิ้มเขินๆ สบตากับกรแก้วที่อมยิ้มเขินเหมือน กัน
       “แต่ผมยืนยันกับท่านได้ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ เพราะผมแน่ใจแล้วว่าตัวเองได้เจอกับคู่ชีวิตที่เหมาะสมที่สุด คงจะไม่มีใครเติมเต็มผมได้เท่าคุณกรแก้วอีก แล้ว”
       อำนวยมองตากรแก้วลึกซึ้ง กรแก้วยิ้มเขิน กรองทอง แกมกาญจน์ปลาบปลื้มใจ วิศนีที่ยืนอยู่ในแถวหลังๆ ของกลุ่มแขกที่ไม่มีใครสังเกต มองดูอำนวยด้วยสายตาเจ็บ ปวด
       “พวกเราดีใจที่ได้เห็นหน้าเพื่อนฝูงและคนที่เรารักพร้อมหน้าพร้อมตากันอยู่ ที่นี่ในวันนี้ และเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณ ขอให้ทุกท่านฉลองกันอย่างเต็มที่ รอยยิ้มและความสุขของท่านคือคำอวยพรที่มีค่าที่สุดสำหรับเราสองคน ครับ”
       แขกเหรื่อปรบมือให้อำนวยและกรแก้วอีก แต่พอเสียงปรบมือซาลงก็มีเสียงปรบมือสวนขึ้นมา ทุกคนหันไปมองอย่างสนใจ อำนวยกับกรแก้วมีสีหน้าแปลกใจ และเปลี่ยนเป็นช็อคเมื่อเห็นวิศนีเดินปรบมือแหวกกลุ่มแขกเข้า มา
       “หวังว่า คนที่เรารักที่พ่อพูดถึงจะมีหนูรวมอยู่ด้วยนะ คะ”
       กร แก้วชะงัก
       “หนูวิ ศนี...”
       “ยาย หนู”
       อำนวยอึ้ง พูดอะไรไม่ออก วิศนีแค่นยิ้มอย่างรู้ทัน หน้ายิ้ม แต่สายตาเจ็บ ลึก
       “แต่เอ...จะมีได้ยังไง ในเมื่อพ่อไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนูจะมาที่นี่ จริงไหม คะ”
      
       “ยาย หนู”

       อำนวยพูดซ้ำๆ เพราะไม่รู้จะพูดอะไร แล้วทำท่าขยับเข้าหา แต่วิศนีถอย หนี
      
       “แต่ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงหนูก็มาแล้ว และมาพร้อมของขวัญสำหรับคุณแม่คนใหม่ ด้วย”
       วิศนีปรายตาไปที่กรแก้วที่ยังมึนงงอยู่ ส่วนกรองทองและแกมกาญจน์ก็งงพอกัน คนอื่นๆ เริ่มซุบซิบนินทากันเพราะความคาดไม่ถึง แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังมึนงงว่าอะไร ก็มีเสียงดัง ขึ้น
       “มอออ ออ”
       ทุกคนหันขวับไปมองที่ต้นเสียง เห็นผู้ชายกำยำแต่งชุดโคบาลเดินจูงวัวนมสีขาวดำ ผูกโบว์สีชมพูขนาดใหญ่ ดูน่ารักและตลกในเวลาเดียวกัน เข้ามาในงาน ตรงมาส่งให้วิศนี ทุกคนตกตะลึงพรึงเพริด ขณะที่วิศนีรับเชือกจูงวัว แล้วเดินเข้าไปยื่นให้กร แก้ว
       “สำหรับคุณค่ะคุณกรแก้ว ฉันเลือกวัวตัวที่แก่ที่สุดในฟาร์มมาให้แล้ว ส่วนหญ้าอ่อน ก็...”
       วิศนีจงใจทอดสายตามองหน้ากรแก้วแทนการพูด กรแก้วหน้าเสีย แกมกาญจน์ฮึดฮัดเพราะแปลความหมายได้ แต่กรองทองจับแขนปรามไว้ อำนวยดุลูกสาว แต่ไม่กล้าเสียง ดัง
       “ยายหนู หยุดนะ !”
       วิศนียิ้ม หยัน
       “รับไปสิคะ...คุณแม่เลี้ยง ”
       กรแก้วทำหน้าไม่ถูก ได้แต่หันไปมองอำนวยอย่างขอความช่วยเหลือ อำนวยเข้า ประคอง
       “เอาไป เอาไปให้พ้น !”
       กรแก้วมองวัวตื่นๆ จับมืออำนวยแน่น วิศนีพยักให้โคบาลมาจูงวัว ไป
       “ไม่ชอบเหรอคะ งั้นบางทีพ่ออาจจะชอบของขวัญชิ้นนี้ มากกว่า”
       วิศนียิ้มเจ้าเล่ห์ หันไปที่ทางเข้างาน แล้วปรบมือ 2-3 ครั้ง เหล่าแดนเซอร์หญิงกรูกันเข้ามา พร้อมกับเพลงแดนซ์เร่าร้อนดังขึ้น แขกเหรื่อในงานแตกฮือ อำนวยกับกรแก้วก็ตกใจ ทำอะไรไม่ถูก แดนเซอร์เริ่มออกมาวาดลวดลายตามเพลง แล้วพยายามดึงเอาแขกมาร่วมเต้นด้วย พวกคุณหญิงคุณนายถอยหนีอย่างรับไม่ได้ ผู้ชายบางคนเผลอลืมตัวจะเข้าไปเต้นด้วย เมียต้องเข้ามาฉุดกระชาก ดูวุ่นวาย อำนวยกับกรแก้วยืนตะลึงด้วยความอับอาย หน้าถอดสี วิศนีมองทั้งสองอย่าง สะใจ
      
       อำนวยลากแขนวิศนีมาที่หน้าบ้านพัก พนักงานยกกระเป๋าวิศนีจากรถเข็นกระเป๋าเข้าบ้าน วิศนีขัด ขืน
       “นี่มันเรือนหอของพ่อไม่ใช่เหรอคะ จะลากหนูมา ทำไม”
       “หุบปาก แค่นี้แกยังทำให้ฉันอายไม่พออีกหรือ ไง”
       กรแก้วโผล่หน้าออกมา เห็นกรองทองกับแกมกาญจน์ตามมาห่างๆ ยังไม่แยกไปเพราะห่วง น้อง
       ”คุณ คะ”
       กรแก้วจะปรามไม่ให้เอะอะ เพราะอายพนักงาน วิศนียิ้ม เยาะ
       “มาตามพ่อฉันไปเข้าห้องหอเหรอคะ ใจร้อน จริง”
       “มานี่เลย !”
       อำนวยทนไม่ไหว ตรงเข้าลากแขนวิศนีเข้าบ้านไป กรแก้วกับพี่ๆ มอง ตื่นๆ
      
       อำนวยเข้ามาอย่างเดือดดาล ตรงข้ามกับวิศนีที่นั่งไขว่ห้างฟังพ่อพูดอย่างไม่ ยี่หระ
       “แกเป็นอะไรของแก ถึงได้ทำบ้าๆ พูดบ้าๆ แบบ นั้น”
       “หนูก็แค่อยากจะแสดงความ ยินดี”
       วิศนีพูดอมยิ้ม แต่อำนวยดูออกว่าเป็นอารมณ์แกล้ง อยากป่วน เพราะจริงๆ ไม่ได้ยินดี เลย
       “พ่อโกรธเพราะมันเป็นเซอร์ไพรส์ใช่ไหมล่ะ หนูก็เซอร์ไพรส์เหมือนกัน นี่ถ้าหนูไม่เผอิญเปิดหนังสือพิมพ์ไทยอ่าน ก็คงไม่รู้ว่าตัวเองจะมีแม่ ใหม่”
       อำนวยอึ้งๆ ละอายที่ ปิด
       “ฉันไม่อยากบอกแกก็เพราะไม่อยากให้แกกระทบกระเทือน ใจ”
       “อ๋อ พ่อก็รู้เหมือนกันว่าหนูจะรู้สึกยังไง แต่พ่อก็ยัง ทำ”
       อำนวย อึ้ง
       “วิ ศนี!”
       “พ่อเป็นโสดมาได้ตั้งเกือบยี่สิบปี ผู้หญิงคนนี้มีดีอะไร ถึงทำให้ตบะแตกได้ คะ”
       “อย่าพูดถึงคุณกรแก้วแบบนั้นนะ เขาเป็นคนดี เป็น ผู้ดี”
       วิศนียิ้ม เยาะ
       “งั้นแสดงว่าของขวัญหนูก็คงถูกใจเขาน่า ดู”
       อำนวยถอนใจ ไม่อยากทะเลาะให้หงุดหงิด พยายามข่ม ใจ
       “เอาล่ะ ฉันยอมแพ้ ฉันขอโทษที่ทำอะไรโดยไม่บอกแก พอใจไหม ถ้าพอใจแล้วก็ไปอาบน้ำนอนให้สบาย แล้วพรุ่งนี้พ่อจะให้เลขาหาตั๋วกลับฝรั่งเศส ให้”
       “ไม่ ค่ะ”
       อำนวย งง
       “แกจะเอาอะไร อีก”
       “หนูไม่เอาอะไรทั้งนั้น เพราะว่าหนูจะกลับมาอยู่ที่บ้าน เรา...ถาวร”
      
       วิศนีตอบฉะฉาน อำนวยอึ้งไป



หากถูกใจช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานด้วยนะค๊าาาา





ร่วมแสดงความคิดเห็น

ZONEZEED.COM ควมบันเทิงไม่เคยหลับไหล แหล่งรวมความบันเทิงบนโลกออนไล์
เว็บไซต์ โซนซี๊ด.คอม เป็นเว็บไซต์รวบรวมความบันเทิงออนไลน์ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความบันเทิงเยอะแยะมากมาย หลากหลายหมวดหมู่ หลายเรื่อง
หากเรื่องในหัวข้อใดมีส่วนพาดพิงหรือละเมิดลิขสิทธิ์ทำให้เกิดความเสียหายกรุณาแจ้งมาที่ zonezeed(แอ๊ด)windowslive.com เพื่อที่จะลบข้อมูลหรือแก้ไขให้ถูกต้อง

Copy right © 2009-2012 ZoneZeed.com is version 3.0 All right reserved. Website design by ZoneZeed.com
Best viewed with IE 6.0 or above | Opera | Firefox browser 1024 x 768 resolutions. เข้าสู่ระบบ