ออนไลน์ 4,003  คน     ค้นหาด่วน:  

ตะวันทอแสงย้อนหลัง ตอนที่2 (22 กันยายน 2555)

ตะวันทอแสงย้อนหลัง ตอนที่2 (22 กันยายน 2555)
อัพเดท : 08 มีนาคม 2556,00:48
อ่าน : 95,173
หมวดหมู่ : ดูละครย้อนหลัง (แยกตามตอน)













ดูละครตะวันทอแสงย้อนหลัง



เรื่อง ย่อละคร “ตะวันทอแสง” ตอน 2 วันเสาร์ที่ 22 กันยายน 2555

วันแรกของการเริ่มงานติดตั้งคอมพิวเตอร์ ในห้องสมุด วาริชได้รับความร่วมมือจากพิมพรรณเป็นอย่างดี ทั้งคู่พูดคุยกันถูกคอ แถมพอฝ่ายชายรู้ว่าเธอยังไม่มีแฟนและทางครอบครัวทำรีสอร์ตก็พยายามตีสนิทมาก ขึ้น

“ผมมีความฝันอยากทำรีสอร์ต ที่ผมย้ายมาระยองเพราะอยากจะมาหาซื้อที่ทำรีสอร์ตเล็กๆน่ะครับ พอรู้ว่าคุณพิมทำ ผมก็เลยดีใจ จะได้มีที่ปรึกษา”

“ด้วยความยินดีเลยค่ะ มีอะไรที่พิมจะช่วยคุณวาริชได้ บอกเลยนะคะ พิมช่วยเต็มที่”

“งั้นอย่างแรกที่คุณพิมช่วยผมได้ ช่วยเลิกเรียกผมว่าคุณได้ไหมครับ เรียกวาริชเฉยๆ ดูเป็นกันเองกว่าเยอะเลย”

“ถ้าอย่างนั้นคุณวาริชก็ต้อง เลิกเรียกพิมว่าคุณพิมเหมือนกันนะคะ เรียกพิมเฉยๆ”

“ได้ครับ...พิม”

ทั้ง คู่แย้มยิ้มให้กันด้วยไมตรี โดยเฉพาะวาริชท่าทีกรุ้มกริ่มพอใจหญิงสาวอย่างเปิดเผย ตกเย็นเลิกงานหนุ่มสาวเดินคุยกะหนุงกะหนิงออกมา ห้าวขับรถเข้ามาเห็นพอดี เขามองชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยความสงสัย แล้วซักถามทันทีที่พิมพรรณเข้ามานั่งในรถว่าหมอนั่นเป็น ใคร

“เพื่อนใหม่น่ะ”

“แน่ ใจ?”

“แน่ใจสิ พี่ห้าวรีบๆไปเถอะน่า พิมหิวข้าวแล้ว”

ห้าว จำใจออกรถแต่ก็อดจะปรายตามองวาริชด้วยความหวงน้องสาวไม่ได้ พอถึงบ้านห้าวแอบโทร.หารสา ถามว่ารู้จักชายหนุ่มเพื่อนใหม่ของพิมพรรณหรือเปล่า ตนเห็นพวกเขาคุยสนิทสนมกันเหลือเกิน

“พิมยังไม่ได้บอก อะไรเลยค่ะ เขาไม่ค่อยชอบเล่าทางโทรศัพท์ ไปคุยกับพิมดีมั้ย...เอางี้ วันศุกร์พอเลิกงานรสจะรีบไประยองเลย”

ห้าว ยิ้มกว้างดีใจตอบกลับเสียงดังฟังชัดว่าดีจ้ะดีมาก แต่พอรู้ตัวกลัวผิดสังเกตว่าโจ่งแจ้งเกินเหตุก็รีบแจงเหตุผลว่าพี่ดีใจอยาก ให้รสามา เราจะได้รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร

“ค่ะ รสก็อยากรู้เหมือนกัน ถ้าผู้ชายคนนั้นเป็นคนพิเศษจริงๆ พิมต้องเล่าให้รสฟังแน่ๆ รสขอตัวทำงานก่อนนะคะพี่ห้าว”

“จ้ะๆ งั้นวันศุกร์เจอกันจ้ะ อ้อ...รักษาสุขภาพด้วยนะรส อย่าทำงานหนักมาก พี่กับทุกคนที่นี่เป็นห่วง”

รสากล่าวขอบคุณก่อนวางสาย ฝ่ายห้าวยิ้มแฉ่งอย่างมีความสุข แทบจะนับชั่วโมงรอคนที่ตนแอบหลง รัก

ooooooo

รสา ขะมักเขม้นกับงานที่เรือนเล็กตั้งแต่เช้าจดเย็น โดยไม่รู้ว่าภคพงษ์บอกสายใจทำอาหารไว้ให้เธอกินก่อนกลับบ้าน ส่วนตัวเขามีนัดกินนอกบ้านกับยูโฮะ แต่ขณะที่เขาขับรถออกประตู ปรากฏว่ารถชีวินสวนเข้ามา สองฝ่ายเกือบชนกันถ้าชีวินเบรกไม่ทัน

ภคพงษ์ หยุดมองอีกฝ่ายด้วยสายตาตำหนิครู่หนึ่งก่อนเคลื่อนรถต่อไปอย่างจำเขาได้ และไม่ทันที่ชีวินจะเข้ามาถึงตัวรสา ภคพงษ์ก็ชิงโทร.หาเธอเสียก่อน

“แฟนคุณมา ทำไม?”

คำถาม นั้นเล่นเอารสางงเป็นไก่ตาแตก ถามกลับไปว่าเขาหมายถึงใคร? ก็พอดีชีวินเดินเข้ามาพร้อมส่งเสียงทักทาย รสาเลยถึงบางอ้อโดยอัตโนมัติ

“สงสัยว่าจะมีแฟนหลายคนจน ไม่รู้ว่าหมายถึงคนไหน”

รสาได้ฟังถึงกับชักสีหน้าไม่พอ ใจ “ตกลงที่คุณโทร.มามีธุระเรื่องงานหรืออะไรไม่ทราบ”

“ผม แค่อยากเตือนว่าตอนนี้ยังไม่หมดเวลางาน หวังว่าจะไม่แอบกลับบ้านไปก่อน”

“ถ้า คุณโทร.มาเพราะเรื่องนี้ ดิฉันขออนุญาตวางนะคะ เพราะมีงานต้องทำอีกมาก ส่วนเรื่องแฟน... คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ เพราะดิฉันยังไม่มีแฟน”

ภคพงษ์ไม่ พอใจที่โดนวางหูใส่ แต่เมื่อนึกถึงประโยคสุดท้ายที่เธอบอกว่ายังไม่มีแฟนก็อมยิ้มนิดๆโดยไม่รู้ ตัว ต่างจากชีวินที่หน้าเศร้า บ่นรสาไม่เห็นต้องบอกเลยว่าไม่มีแฟน ปล่อยให้เขาเข้าใจแบบนั้นก็ดีแล้ว เขาจะได้ไม่มายุ่งกับเธอ

“ไม่ได้หรอก รสไม่อยากให้วินเดือดร้อนไปด้วย”

“เดือดร้อนยัง ไง”

“ถ้าเขาคิดว่าวินเป็นแฟนรส ตอนวินมาออกแบบสวน เขาจะพาลไม่พอใจเกลียดวินไปอีกคน วินจะทำงาน ลำบาก”

“ลำบากแต่ได้เป็นแฟนรส...วินย อม”

“ว่าไปนั่น”

“จริงนะ แฟนปลอมก็ยังดี” ชีวินยิ้มแฉ่ง แต่รสาออกแนวขำเสียมากกว่า

“รสา ว่าเราไปดูสวนกันดีกว่า มัวแต่พูดเล่นกันไปมาเดี๋ยวก็มืดพอดี” ว่าแล้วรสาหันมาหยิบกระเป๋าเดินนำออกไปทันที ชีวินมองตามตาละห้อย บ่นอุบอิบว่าพูดจริงก็หาว่าพูดเล่นซะงั้น...

สายใจทำ อาหารเย็นเสร็จแล้ว จะให้ปุยนุ่นไปเชิญรสามาทาน พอดีเสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ปุยนุ่นเลยต้องรับก่อนอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่พอได้ยินเสียงยูโฮะทักทายมาอย่างจำได้ สาวใช้ก็ดี๊ด๊ายิ้มแก้มปริ ตอบทุกคำถามไม่มีเม้ม

“พี่ภัคออกจากบ้านมาหรือ ยัง”

“ออกไปได้สักพักแล้วค่ะ”

“โอ เคขอบใจจ้ะ อ้อนี่ แล้ววันนี้มีใครมาหาพี่ภัคที่บ้านบ้างหรือเปล่า”

“ก็นอก จากคุณพักตร์วิมลแล้วก็ไม่เห็นมีใครมาเลยนะคะ”

“แล้ว มัน...เอ่อ...เขาอยู่นานหรือเปล่า แล้วทำอะไรกันบ้าง”

“ไม่นานค่ะ คุณพักตร์วิมลเธอแวะมาแป๊บเดียว เธอเข้าไปดูเรือนหลังเล็กที่คุณภัคกำลังตกแต่ง เสร็จแล้วก็กลับไปเลยค่ะ”

ยูโฮะสนใจใคร่รู้ว่าภคพงษ์ ตกแต่งเรือนหลังเล็กทำไม แต่ปุยนุ่นตอบไม่ได้จริงๆ เธอจึงตัดบทว่าเดี๋ยวจะถามเจ้าตัวเขาเอง

สายใจ เดินเข้ามาเห็นปุยนุ่นวางสายพอดี อดถามไม่ได้ว่าใครโทร.มา พอได้ยินว่ายูโฮะ ก็เริ่มสังหรณ์ใจถามต่อไปว่าหล่อนคุยอะไรกับเขาเป็นวรรคเป็นเวร จะหาเรื่องเดือดร้อนมาให้คุณหนูอีกหรือเปล่า

“เปล่านะ ฉันก็พูดไปตามความจริง ไม่ได้เม้าท์ ไม่ได้นินทาใครเลยนะ...ปุยนุ่นไปตามคุณรสาก่อนนะป้า”

สาว ใช้รีบชิ่งออกไป สายใจมองตามพลางส่ายหน้าอย่างเอือมๆ ฟากฝั่งนักร้องสาวยูโฮะที่หน้าร้านอาหารยังไม่วายติดใจเรื่องภคพงษ์ซ่อมแซม เรือนเล็ก ตั้งใจว่าเดี๋ยวเขามาต้องเอาคำตอบให้ได้ ทันใดนั้นมีนักข่าวสะพายกล้องเดินตรงดิ่งมาถามเธอว่าพร้อมหรือยัง ตกลงจะให้แอบถ่ายจากตรงไหน นักร้องสาวถึงกับสะดุ้งตกใจ ต่อว่าเขาทำไมพรวดพราดออกมาแบบนี้ ทั้งที่ตนบอกแล้วว่าให้โทร.มาก่อน

“ก็พี่เห็นยูโฮะยืน อยู่คนเดียว”

“แต่ พี่ภัคกำลังจะมาแล้ว พี่รีบไปแอบเลยนะ พอพี่ภัคมายูโฮะจะพาเดินช็อปปิ้งก่อน พี่ก็แอบถ่ายตอนเดินซื้อของไปชุดนึง แล้วยูโฮะก็จะพามากินข้าวที่ร้านนี้ ที่โต๊ะริมหน้าต่าง พี่ไปแอบตรงมุมโน้นก็ได้ จะได้ถ่ายรูปถนัดๆ”

นายโอม พยักหน้าเข้าใจทุกอย่าง และกำชับว่าอย่าลืมจัดชอตสวีต เดี๋ยวพี่ลงปกให้เลย รับรองขายกระจาย ยูโฮะยิ้มรับแทนคำตอบ พลันต้องเร่งให้เขาหลบไปเพราะภคพงษ์เดินมาโน่นแล้ว

ส่วน ที่บ้านเถลิงยศ สายใจทำอาหารเก้อเสียแล้ว เพราะรสามีนัดกับชีวินไว้ก่อนที่ปุยนุ่นจะมาเชิญ แต่รสาก็มีมารยาทพอที่จะไปขอบคุณสายใจ และพาชีวินไปแนะนำทำความรู้จักไว้ด้วยในฐานะสถาปนิกออกแบบสวนที่ นี่

สมควร แก่เวลา รสากับชีวินบอกลาสายใจแล้วเดินออกไปด้วยกันอย่างสนิทสนม สายใจรู้สึกถูกชะตากับทั้งคู่ แต่ภาวนาอย่าให้ทั้งคู่เป็นแฟนกันเลย ปุยนุ่นได้ยินก็สงสัย อยากรู้เหตุผลว่าทำไม?

“เรื่องของฉัน!! ไม่จำเป็นต้องบอกหล่อน” สายใจตวาดตาเขียวอย่างไม่พอใจความสาระแนของปุย นุ่น

ooooooo

ยูโฮะพยายามควงแขน ภคพงษ์เดินช็อปปิ้งและแอบส่งซิกให้นักข่าวตามเก็บรูปได้บ้าง ไม่ได้บ้างเพราะกลัวความแตก กระทั่งพากันกลับมานั่งในร้านอาหารค่อยสมใจหน่อย แต่พักเดียวสาวเจ้าก็หน้ายุ่งเมื่อสอบถามเรื่องซ่อมแซมเรือนเล็กแล้วเขาไม่ ตอบ อีกทั้งยังสังเกตเห็นเขาจ้องมองหญิงอื่นต่อหน้า

รสานั่น เอง...เธอมา กับชีวินที่อยากเลี้ยงอาหารหรูร้านนี้เพราะมีบัตรส่วนลดตั้งห้าสิบ เปอร์เซ็นต์ ภคพงษ์ มองไปและแอบคิดถึงอาหารเย็นที่ให้สายใจเตรียมไว้ที่บ้าน พอยูโฮะเอ่ยถามอยากรู้ว่าเธอคนนั้นเป็นใคร เขาปัดทันทีว่าบอกไปก็ไม่รู้จัก

ยูโฮะหน้างอไม่ได้ดั่ง ใจ แต่พอเหลือบเห็นนักข่าวเตรียมถ่ายรูปก็รีบปั้นยิ้มมีความสุข กุลีกุจอเอาใจตักอาหารเตรียมป้อนภคพงษ์...ชีวินกับรสานั่งโต๊ะกลางร้านห่าง จากกันเล็กน้อย สั่งอาหารเสร็จชีวินหันไปเห็นนายไฮโซจึงเอียงตัวกระซิบบอกร สา

จังหวะที่ รสามองไป ยูโฮะกำลังป้อนอาหารภคพงษ์ พอดี เธอเบือนหน้าหนีพร้อมกับบ่นเบาๆว่า เช้าคนเย็นคน หล่อเลือกได้จริงๆ ชีวินสีหน้าไม่เชื่อ ถามย้ำว่าจริงเหรอ?

“จริง...เมื่อเช้าก็คุณนางเอกมา อาละวาดถึงที่เรือนหลังเล็ก พอตกเย็นมากินข้าวกับนักร้อง คิวทองจริงๆ”

“โห...ไม่หล่อไม่รวยทำแบบนี้ไม่ได้นะ เนี่ย”

“ถ้าจิตใจไม่โหดเหี้ยมก็ทำแบบนี้ไม่ได้เหมือน กัน”

“ขนาดนั้นเลย?”

“ก็มันจริงนี่ ทำเหมือนผู้หญิงไม่มีความรู้สึก ควงคนโน้นทีคนนี้ที ตัวเองมีความสุข คนอื่นจะทุกข์แค่ไหนก็ไม่สนใจ”

“มันก็ไม่แน่...ผู้หญิง พวกนั้นเขาอาจจะมีความสุขก็ได้”

“ใครจะสุขก็สุขไปเถอะ รสไม่สุขด้วยหรอก” รสาเชิดใส่ไม่มองและไม่ทัก ชีวินอมยิ้มสบายใจหายห่วง

ภค พงษ์เริ่มหงุดหงิดในใจที่รสาไม่ยอมทัก แล้วก็ยิ่งหงุดหงิดไปกันใหญ่เมื่อจับได้ว่ายูโฮะแอบให้นักข่าวถ่ายรูป เขาถามเธอเสียงแข็งว่าช่างภาพจากหนังสืออะไร ยูโฮะอึกอักว่าไม่รู้จัก และอ้างว่าตอนนี้พวกปาปารัสซี่เยอะแยะเต็มไปหมดตนจำไม่ได้หรอก พอเขาเขม่นตามองไม่เชื่อ เธอรีบแจกแจงต่ออย่างมีพิรุธ

“อ้อ บางทีเขาก็ให้พวกคนธรรมดาถ่ายแล้วส่งไปให้ก็มีนะคะ คนเมื่อกี้อาจจะเป็นคนที่บังเอิญเดินผ่านมาพอดีก็ได้ ยูโฮะว่าไม่มีอะไรหรอก พี่ภัคอย่าคิดมากเลยค่ะ”

“ผมไม่คิดมากแต่ไม่สบายใจ ถ้ามีภาพแอบถ่ายของผมกับคุณหลุดออกไป ผมคงไม่สะดวกใจที่จะไปไหนมาไหนกับคุณอีก ถ้ายังอยากเจอกัน อย่าให้รูปหลุดออกไปเป็นอันขาด ฝากเคลียร์ด้วย”

นักร้องสาวถึงกับสะดุ้งวาบ หน้าเสียทันที ภคพงษ์ขยับวางผ้าเช็ดปากไว้บนโต๊ะและบอกลาอย่างผู้ดี

“ ผมอิ่มแล้ว ถ้าคุณอยากทานต่อก็เชิญตามสบาย ผมขอเสียมารยาทกลับก่อน”

เขาวางเงินไว้จำนวนหนึ่งก่อนจะ ลุกขึ้นท่ามกลางอาการเหวอของยูโฮะ ชีวินเห็นภคพงษ์เดินลิ่วมารีบกระซิบบอกรสาให้รู้ตัวเผื่อจะทักทาย แต่เปล่าเลย รสานั่งกินเฉยเหมือนไม่รู้ไม่เห็น  ทั้งที่เขาเดินมาหยุดนิดหนึ่งข้างโต๊ะก่อนจะก้าวดุ่มๆออกไปด้วยความโมโห โดยมียูโฮะไล่ตามอย่างร้อนใจ

เมื่อชีวินถามรสาว่าไม่ทัก เขาแบบนี้เขาจะโกรธหรือเปล่า รสาตอบโดยไม่ต้องคิดเลยว่าคงโกรธ

“อ้าว...แล้วทำไมไม่ ทัก”

“ก็ตอนนี้หมดเวลางานแล้ว มันเป็นเวลาส่วนตัว”

“ระวังนะ ทำตัวหยิ่งแบบนี้เขาจะมาชอบ”

“ทฤษฎีตำราไหนไม่ ทราบคะ”

“ก็วินเห็นตามละครไง นางเอกหยิ่งๆ พระเอกชอบ”

“แต่รสไม่ใช่นางเอกละคร แล้วคุณภคพงษ์ก็

ไม่ใช่พระเอกในสายตารส อีกอย่างเขาชอบผู้หญิงขาวๆ อวบๆเอ็กซ์ๆ ไอ้เก้งก้างอย่างรสเขาไม่สนใจหรอก”

“ขอให้จริงเหอะ” ชีวินดักคอ...รสายักไหล่เหมือนจะบอกว่าจริงอยู่แล้ว

ภคพงษ์ไม่สนใจยูโฮะ เขาบึ่งรถกลับบ้านและได้รับรายงานจากสายใจว่ารสาไม่ได้ทานอาหารเย็นที่ตน เตรียมไว้

“ผมทราบแล้ว...สำหรับพรุ่งนี้ฝากป้าใจเตรียม อาหารกลางวันไว้ให้คุณรสาด้วย บอกเขาว่าผมเชิญมาทานด้วยกัน”

“ค่ะ” สายใจรับคำทั้งที่ยังงุนงงว่าคุณหนูของตนรู้ได้ยังไงว่ารสาไม่ได้ทานอาหาร เย็นที่นี่ เช่นเดียวกับปุยนุ่นที่ยืนอยู่ข้างๆ กังขาอยากรู้เหลือเกิน

กระทั่งเช้าวันต่อมา ทั้งคู่ก็ได้คำตอบจากรสาว่าตนกับภคพงษ์ไปเจอกันโดยบังเอิญที่ร้าน อาหาร

“แหม...ช่างบังเอิญจังเลยนะคะ ถึงว่าตอนคุณภัคกลับมาป้ายังไม่ทันจะรายงาน คุณหนูก็ชิงตอบซะก่อน...อ้อ แล้วกลางวันนี้คุณรสามีนัดกับใครหรือเปล่าคะ”

“ไม่มี ค่ะ”

“ดีเลยค่ะ เพราะคุณภัคเธอให้ป้าทำอาหารไว้ให้ แล้วก็เชิญคุณมาทานด้วยกัน”

“ทานด้วย กัน?”

“ค่ะ ทานกับคุณหนูน่ะค่ะ”

“แต่รสเกรงใจคุณป้า ไม่อยากทำให้ต้องวุ่นวายเตรียมอาหาร”

“ถ้าเกรงใจก็ต้อง ทานเยอะๆ ป้าจะได้ดีใจ แต่ถ้าคุณทานนิดๆหน่อยๆ หรือปฏิเสธไม่มาร่วมทานอาหารกับคุณหนู ป้าเสียใจ คิดว่าคุณรสาไม่อยากทานอาหารฝีมือป้า”

“เปล่านะคะ ป้าใจทำอาหารอร่อยมากค่ะ”

“ถ้าอร่อย...กลางวันนี้มาทาน กับคุณหนูนะคะ ถ้าอาหารจัดเรียบร้อยแล้วจะให้ปุยนุ่นไปเชิญ ป้าขอตัวไปทำครัวก่อนนะคะ” สายใจรวบรัดเร็วจี๋จนรสาหมดทางปฏิเสธ เธอได้แต่ยืนครุ่นคิดด้วยความอึด อัด

ooooooo

รสาเริ่มงานด้วยการเดิน ตรวจตราห้องต่างๆในเรือนเล็กอย่างละเอียด จนมาหยุดที่ห้องนอนเก่าของภคพงษ์ ต้องแปลกใจกับกล่องไม้ขนาดย่อมในตู้ เธอหยิบมันออกมาแต่ยังไม่กล้าเปิดกลัวเสียมารยาท

ขณะ กำลังลังเลว่าจะเปิดหรือไม่เปิดดี เสียงคนงานร้องเรียกรสาดังขึ้น เธอสะดุ้งเฮือกปล่อยกล่องในมือหล่นลงพื้นด้วยความตกใจ แล้วหันไปทักถามคนงานว่ามีอะไร

“ช่างที่จะมาทุบกำแพงใน ห้องนั่งเล่นมาแล้ว จะให้เริ่มเลยไหมครับ”

“เริ่มเลยจ้ะ เดี๋ยวรสตามลงไปดู”

คนงานรับคำแล้วกลับออกไป ส่วนรสาหันกลับมามองพื้นตรงหน้า พบว่ามีรูปถ่ายจำนวนมากกระเด็นจากกล่องเกลื่อนกลาด เธอหยิบดูทีละใบด้วยรอยยิ้มบางๆในความน่ารักน่าชังของเด็กชายภคพงษ์ แต่ก็เอะใจกับอีกสี่ห้ารูปที่มีร่องรอยโดนตัด เหมือนเป็นรูปครอบครัวสามคน แต่โดนตัดทิ้งออกไปหนึ่ง

“ใคร? ตัดทิ้งทำไม?” รสาพึมพำด้วยความแปลกใจ

พลันรสาต้องยุติความสงสัย เนื่องจากมีเสียงแหลมสูงของใครคนหนึ่งดังมาจากข้าง ล่าง

“ใครเป็นคนออกแบบ เรียกมาคุยกับฉันหน่อยสิ”

นักร้องสาวยูโฮะนั่นเอง เธอวางอำนาจราวกับเจ้าของบ้านใส่คนงานจนรสาต้องลงมาปรากฏตัวบอกว่าตนเป็นคน ออกแบบและคุมงาน ยูโฮะมองรสาตั้งแต่หัวจดเท้าและย้อนขวับกลับมาที่หน้าอีก ที

“เธอคือคนที่อยู่ในร้านอาหารเมื่อคืนนี้ นี่”

“ใช่ค่ะ”

“แล้วทำไมเธอถึงไม่ ทักทายพี่ภัค ทำเหมือนไม่รู้จัก ไม่มีมารยาท”

“ที่ดิฉันไม่ทักเพราะเห็นว่าคุณสองคนกำลัง ใช้เวลาส่วนตัวกันอยู่ ฉันไม่อยากรบกวน”

ยูโฮะยิ้มกว้างพอใจคำตอบที่มีเหตุผลดี น่าให้อภัย จากนั้นเธอคาดคั้นรสาให้รายงานมาว่าออกแบบบ้านไว้ยังไงบ้าง รสาได้ฟังถึงกับกลอกตาเบื่อหน่าย วันก่อนเพิ่งจะเคลียร์ไปคน วันนี้ดันโผล่มาอีกคน เธอจึงโบ้ยให้ไปถามภคพงษ์เอาเอง

“ฉันสั่ง เธอต้องทำ รายงานมาเดี๋ยวนี้” ยูโฮะแสดงอำนาจบาตรใหญ่ พอรสาไม่ปฏิบัติตามก็อ้างตัวเป็นแฟนของนายจ้าง รสาถึงกับเซ็งเป็ด พูดลอยๆว่าแฟนมาอีกคนแล้ว “อีกคน? หมายความว่ายังไง”

“เมื่อวานก็มีผู้หญิงมาบอกว่าเป็นแฟน คุณภคพงษ์ วันนี้คุณก็มาบอกว่าเป็นแฟนอีก นี่ถ้าฉันจะต้องรายงานต้องแก้ทุกอย่างตามที่แฟนคุณภคพงษ์ต้องการ ฉันคงจะต้องขอเงินเพิ่ม”

“นังนั่นมันเป็นแฟนตัวปลอม ฉันเป็นแฟนตัวจริง ต้องฟังฉันเท่านั้น”

รสาเอือมระอาใจ แต่แล้วคิดอะไรบางอย่างได้ แอบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดโทร.หาภคพงษ์ พร้อมกับเจรจากับยูโฮะไปด้วย “ได้ค่ะ ฉันจะฟัง คุณบอกความต้องการของคุณมาได้เลยค่ะ ฉันจะได้ใส่ลงไปในแบบ”

ยูโฮะยิ้มพอใจก่อนร่ายยาวว่าตน ต้องการห้องนอนแบบอลังการ เตียงนอนต้องใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง ผนังเป็นสีทองหลุยส์ๆ เริดๆ ล้ำๆ นอนแล้วเหมือนตนเป็นเจ้าหญิงอยู่ในพระราชวัง ห้องน้ำก็ต้องแอบเซ็กซี่หน่อย ตนกับภคพงษ์จะได้มีกิจกรรมทำด้วยกัน

ภคพงษ์อยู่ในสายได้ ยินหมดทุกอย่าง แต่ยูโฮะยังไม่รู้ตัว เพ้อเจ้อต่อไปอย่างเพลิดเพลิน

“ส่วนห้องจัดเลี้ยงก็ต้อง เปิดโล่งๆกว้างๆ มีเวทีสำหรับให้ฉันกับเพื่อนๆจัดคอนเสิร์ตซ้อมเต้น แล้วก็ใช้แถลงข่าวเปิดอัลบั้มด้วย อ้อ...แล้วก็ต้องมีโรงหนังในบ้านด้วยนะ เพราะฉันไม่ชอบไปดูหนังข้างนอก มันไม่มีความเป็นส่วนตัว”

“มีอะไรอีกไหม คะ”

“ตอนนี้คิดได้แค่นี้ เอาไว้ถ้านึกอะไรออก ฉันจะบอกอีกที”

“ได้ค่ะ” รสารับคำแล้ววางโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะพร้อมกับเปิดลำโพงสปีกเกอร์โฟน “คุณได้ยินความต้องการทั้งหมดของแฟนคุณแล้วนะคะ”

ยูโฮะ ตกใจหน้าเหลอหลา รสายังคงสนทนากับภคพงษ์ต่อไปว่า ถ้าเขาต้องการให้แก้แบบตามที่แฟนของเขาสั่งก็บอกมา ตนจะรีบทำให้แต่คงต้องขอคิดเงินเพิ่มอีกเท่าตัว...ยูโฮะโกรธมากที่รสาแอบ โทร.หาภคพงษ์ จึงโวยวายทันที่รสาวางสาย แต่อีกไม่กี่อึดใจก็เป็นฝ่ายหน้าซีดเสียเองเมื่อเจ้าของบ้านตัวจริงโทร.มา สั่งให้เธอออกจากเรือนเล็กเดี๋ยวนี้

“แต่พี่ภัคคะ...ฟัง ยูโฮะก่อนนะคะ”

“ออกมา และห้ามเข้าไปอีกถ้าผมไม่อนุญาต...กรุณาอย่าให้ผมต้องพูดซ้ำเป็นครั้งที่ สาม”

“ค่ะๆ ไปแล้วค่ะ” ยูโฮะเดินกระแทกส้นออกไปด้วยความไม่พอใจ ในขณะที่ปากยังคงออดอ้อนเสียงหวานจะอธิบายเหตุผล แต่ชายหนุ่มกดสายทิ้งทันที แล้วก็นั่งอมยิ้มที่รสาแสบไม่ใช่ เล่น

ooooooo

ใกล้เวลาอาหารกลางวัน รสาจะออกไปกินข้างนอก แต่สายใจไม่ยอมเพราะภคพงษ์กำชับให้ทำอาหารเผื่อเดี๋ยวเขาจะมากินด้วย ตอนนี้กำลังขับรถกลับจากบริษัท

“แต่รสเกรงใจ อีกอย่างก็เหมือนกับที่เคยบอกป้าใจน่ะค่ะ ทานขาวกับคุณหนูของป้าทีไร รสทานไม่ค่อยสะดวกทุกที”

“ใหม่ๆก็แบบนี้แหละค่ะ พอทานกันบ่อยๆเดี๋ยวก็ชิน”

“ไม่ไหวมั้งคะป้า นานๆทีดีกว่าค่ะ”

“พูดแบบนี้แสดงว่ายอมรับคำเชิญแล้วใช่ ไหมคะ” รสาเลิกคิ้วงงๆ สายใจจึงทบทวนให้ฟัง “ก็คุณรสาบอกว่านานๆทานที งั้นครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งที่นานๆทีนะคะ”

“ใช่ค่ะ ป้าใจพูดถูก นะคะคุณรสา อยู่ทานเป็นเพื่อนคุณภัคเถอะค่ะ เธอไม่ค่อยเอ่ยปากชวนใครนะคะ”

ปุยนุ่นช่วยอีกแรง แต่รสาก็ยังลังเลอยู่ดี สายใจเลยย้ำอีกทีอย่างขอร้อง “ทานเถอะค่ะ คิดซะว่าช่วยป้า ป้าจะได้ไม่โดนคุณหนูเอ็ด”

เพื่อเห็นแก่สายใจ ในที่สุดรสาก็ยอมร่วมโต๊ะอาหารกับภคพงษ์ เมื่อเขารู้เหตุผลนี้จึงออกตัวกึ่งประชดเธอว่าไม่ต้องห่วง แค่ทานข้าวกับตนไม่มีใครคิดไปทางชู้สาว รสาถึงสะอึก รีบแก้ว่าตนไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น

“ไม่ห่วงก็ดี จะได้ไม่มีข้ออ้างในการปฏิเสธครั้งต่อไป”

“ครั้งต่อ ไป?”

“ใช่ ตลอดเวลาที่คุณทำงานที่นี่ ผมจะให้ป้าใจทำอาหารไว้ให้วันละสองมื้อ คือกลางวันและเย็น ถ้าผมอยู่ก็ทานด้วยกัน ถ้าผมไม่อยู่ก็เชิญคุณตามสบาย”

“ดิฉันยังไม่ได้รับปากนะ คะ”

“แต่คุณก็ไม่มีเหตุผลที่จะ ปฏิเสธ”

รสาชะงักพูดไม่ออก ภคพงษ์หันไปทางสายใจและปุยนุ่นที่ยืนยิ้มอยู่ไม่ห่าง สั่งให้ตักข้าวได้...จากนั้น

รสาก็รีบกินจะได้ออกไปพ้น ตรงนี้เสียที แต่ดูเหมือนเขารู้ทันและอยากแกล้ง พอได้ยินเธอรับโทรศัพท์จากชีวินที่มาถึงเรือนเล็กแล้วโดยการนำพาของนาย เปลี่ยน เขาจึงไม่รอช้าที่จะรั้งเธอไว้ด้วยการชวนทานของหวานที่สายใจตั้งใจทำและหา ทานไม่ได้ง่ายๆ

สายใจเออออไปกับเจ้านายว่าตนทำขนม เสน่ห์-จันทร์กับทองเอก ส่วนปุยนุ่นสาระแนว่าป้าใจอบเทียนไว้ตั้งแต่เมื่อคืน หอมมากเลย รสาฟังแล้วก็เริ่มลำบากใจ

“ปุยนุ่นรีบไปยกมาไป คุณรสาคงจะอยากทานแล้ว” ภคพงษ์รวบรัดหน้าตาเฉย รสาท้วงเบาๆว่าตนยังไม่ได้พูดเลยสักคำ เขาตอบกลับอย่างเจ้าเล่ห์ว่า “ผมเห็นคุณกลืนน้ำลาย ผมก็รู้แล้ว หรือว่าคุณไม่อยากทานขนมที่ป้าใจตั้งใจเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อ คืน”

รสาสะอึกเล็กน้อย เห็นสายใจส่งยิ้มให้ก็พูดไม่ออก จำยอมนั่งกินต่ออย่างรีบๆ กินเสร็จขอตัวไปทำงาน แต่ภคพงษ์ยังรั้งอีก คะยั้นคะยอให้เธอดื่มกาแฟก่อน แล้วก็รอสายใจจัดขนมใส่กล่องเอากลับไปบ้านด้วย...

ที่ ออฟฟิศของพิทยาวันนี้ค่อนข้างเงียบ พนักงานส่วนใหญ่ออกไปดูงานข้างนอก แต่สำหรับชีวินที่คัพเค้ก

รายงานว่าไปหารสาที่บ้าน ภคพงษ์เพื่อเตรียมงานออกแบบสวน พิทยาไม่เข้าใจทำไมต้องรีบ เพราะอีกเป็นเดือนกว่าจะเริ่มจัดสวน

“ไปเฝ้าของรักของ หวงมั้งคะ” คัพเค้กพูดขึ้นลอยๆ พิทยาค้อนปะหลับปะเหลือก สั่งเลขาฯจอมแบ๊วอธิบายมาอย่างละเอียด “ไม่ได้หรอกค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว คัพเค้กไม่ยุ่ง ขอโทษจริงๆนะคะ แต่มันเป็นจรรยาบรรณในวงการค่ะ”

“มาทำเป็นมีจรรยาบรรณ ใส่ ตกลงจะรู้เรื่องไหมเนี่ย” พิทยาบ่นไล่หลังคัพเค้กที่เดินนวยนาดจากไป

ทันใดนั้นมี เสียงข้อความเข้ามือถือพิทยา เขาหยิบมาดูก่อนจะอุทานอย่างคาดไม่ถึง “คุณภคพงษ์!!”

ภคพงษ์แอบส่งข้อความบางอย่างถึงพิทยา เป็นจังหวะที่รสาดื่มกาแฟเสร็จ และสายใจก็จัดขนมใส่กล่อง เรียบร้อยพอดี รสาไหว้ขอบคุณก่อนรับมาแล้วทำท่าจะออกเดิน

“เดี๋ยว...” ภคพงษ์ส่งเสียง...เธอชะงักและชักสีหน้าด้วยความรำคาญ

“ อะไรอีกคะคุณ ทั้งอาหาร ของหวาน กาแฟ ดิฉันก็ทานจนครบแล้ว คุณยังต้องการให้ดิฉันทานอะไรอีก”

“หมดเวลาอาหารแล้ว แต่คุณต้องออกไปทำธุระข้างนอกกับผม”

“ทำธุระข้างนอก ธุระอะไรไม่ทราบ ดิฉันเป็นมัณฑนากรนะคะ ไม่ใช่เลขาฯ”

“ก็เพราะคุณเป็นมัณฑนากร คุณถึงต้องไปกับผม เพราะผมจะออกไปดูเฟอร์นิเจอร์ที่จะใช้ในการตกแต่งเรือนหลัง เล็ก”

“ไปดูเฟอร์นิเจอร์?”

“ใช่ และผมก็แจ้งให้คุณพิทยาทราบแล้วว่าวันนี้คุณจะออกไปดูเฟอร์นิเจอร์กับ ผม”

รสาแปลกใจถามเขาว่าแจ้งตอนไหน เขาไม่ตอบแต่บอกว่าอีกเดี๋ยวพิทยาคงโทร.หาเธอเอง...พูดไม่ทันขาดคำมือถือรสา ดังทันที เขาตัดบทว่าจะออกไปรอหน้าบ้าน คุยเรียบร้อยแล้วรีบตามไปจะได้ไม่เสียเวลา

รสางงหนักแต่ ก็รับสายของพิทยา แล้วอีกครู่ต่อมาชีวินก็รับทราบจากพิทยาด้วยว่ารสาต้องออกไปดูของแต่งบ้าน กับภคพงษ์ ชีวินตั้งข้อสังเกตอย่างไม่วางใจว่าบ้านยังซ่อมไม่เสร็จ ทำไมรีบไปดูเฟอร์นิเจอร์ มันข้ามขั้นตอนไปหรือเปล่า

“แล้วที่แกแจ๋นไปดูสวนทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ได้สั่ง มันข้ามทั้งขั้นตอนทั้งข้ามหัวฉันเนี่ย แคร์บ้างไหมฮะ?”

ชีวินหน้าเสียตอบเสียงอ่อย “ขอโทษครับพี่ ผมก็แค่รักงาน อยากทำงาน เลยกระตือรือร้นมากไปหน่อย”

“นี่แกไม่ต้องมาทำเป็นพูด เอาความดีใส่ตัว อยากทำนักใช่ไหมงานน่ะ ได้...พรุ่งนี้แกต้องส่งแบบสวนบ้าน คุณภคพงษ์ให้ฉันดู ฉันมาออฟฟิศเก้าโมงเช้าต้องมีแบบวางอยู่บนโต๊ะ ถ้าไม่มีแกโดนตัดเงินเดือนแน่”

“ส่งแบบพรุ่งนี้เช้า คืนเดียวเนี่ยนะ ใครจะไปทำทัน”

“ก็ไม่มีไง แกจะได้เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ อยากทำงานนักไม่ใช่เหรอ ทำสิ จะมาโวยวายหาสวรรค์ วิมานอะไร แค่นี้นะ” พิทยาวางสายด้วยความสะใจ ตรงข้ามกับชีวินที่หนักใจสุดๆ พอเห็นรสานั่งรถออกไปกับภคพงษ์ ก็มองตามตาละห้อย

รสาชูมือถือโบกไปมาเหมือนจะบอกชีวิน ว่าเดี๋ยวโทร.หา ภคพงษ์ปรายตามองหมั่นไส้ แกล้งเร่งความเร็วจนรสาแทบคะมำ

ผ่านไปพักใหญ่ รถหรูของภคพงษ์มุ่งสู่ถนนนอกเมืองอย่างไร้จุดหมาย รสาเริ่มไหวตัวถามเขาว่าทำไมมาทางนี้

“ผมอยากซื้อ เฟอร์นิเจอร์ที่ร้านนอกเมือง”

“ร้านนอกเมือง ร้านไหนของคุณคะ”

“ยังไม่รู้”

“ อ้าว...ยังไม่รู้แล้วคุณลากดิฉันมาทำไมคะ”

“มาช่วยผมหา” เขาตอบหน้าตายแล้วเร่งความเร็วฉิวไป ไม่สนใจว่ารสาจะโวยวายยังไง...ที่สุดเธอทนไม่ไหวขอลงตรงนี้ถ้าเขายังขับรถ แบบไม่มีจุดมุ่งหมาย “ลงตรงนี้แล้วโทร.ให้คนอื่นมารับหรือไง”

“อาจจะใช่ หรือไม่ก็เรียกรถกลับเข้ากรุงเทพฯ ดิฉันไม่เข้าใจทำไมคุณต้องหาเรื่องแกล้งดิฉันแบบนี้”

“ ทำไมถึงคิดว่าผมแกล้งคุณ”

“ก็มันไม่มีเหตุผลอื่น คุณคงไม่ชอบหน้าดิฉันและพยายามทำทุกอย่างให้ดิฉันทนไม่ได้ และไม่ทำงานให้คุณ”

“คิดไปเองเป็นเรื่องเป็น ราว”

“ถ้าดิฉันไม่ได้คิดไปเอง ช่วยตอบหน่อยสิคะว่าทำไมคุณถึงลากดิฉันมาถึงที่นี่”

“ผม บอกแล้วว่า...ผมต้องการซื้อเฟอร์นิเจอร์”

“เฟอร์นิเจอร์ อะไรของคุณต้องมาซื้อถึงที่นี่ ช่วยบอกหน่อยสิคะว่าคุณต้องการอะไรกันแน่”

ยิ่งพูดหญิง สาวก็ยิ่งเดือด แต่ชายหนุ่มกลับอมยิ้มนิดๆ ก่อนพูดโพล่งเมื่อมองไปเห็นโอ่งขนาดใหญ่วางหน้าร้านริม ถนน

“โอ่ง!! ผมต้องการโอ่ง”

รสาขมวดคิ้ว ทวนคำพูดของเขาอย่างงงงวย พลันร้องว้าย...ร่างเซตามแรงเหวี่ยงของรถที่เลี้ยวเข้าไปจอด หน้าร้านขายโอ่งด้วยความ เร็ว

ooooooo

พนักงานออกมาต้อนรับ ลูกค้าด้วยรอยยิ้ม รสานึกไม่ออกว่าเขาจะซื้อโอ่งไปตั้งตรงไหนของบ้าน ถามเขาก็ไม่ได้คำตอบ เพราะความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจมา แค่อยากจะแกล้งเธอเท่านั้น

ภคพงษ์เดินนำหน้าดูโอ่ง สารพัดชนิดที่วางเรียงรายไปเรื่อยเปื่อย ท่าทางไม่ยินดียินร้าย มีพนักงานคอยแนะนำและเสนอขายสินค้าอย่างนอบน้อม

“ที่ ร้านเรามีมากกว่าโอ่งนะคะ งานเซรามิก พวกอ่าง กระถางต้นไม้ หรือแจกันก็มีนะคะ ทางด้านโน้นจะเป็นที่แสดงขั้นตอนการปั้นโอ่งและเครื่องเซรามิกค่ะ เราเปิดให้เข้าชมฟรีนะคะ จะลองไปดูไหมคะ”

รสาจะปฏิเสธแต่ภคพงษ์ตอบตกลง พนักงานจึงนำไป ภคพงษ์ขยับพร้อมกับผายมือเชิญรสาที่ยังยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างสุดเซ็ง เธอชักไม่แน่ใจว่าเขาอยากดูจริงๆหรืออยากแกล้งกันแน่ แต่จำต้องเดินตามพนักงานไปอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง ฝ่ายภคพงษ์พอลับหลังรสา เขาลอบยิ้มที่เอาชนะเธอได้ และนึกสนุกอยากจะชนะต่อไปเรื่อยๆ

เย็นมากแล้ว ชีวินยังปักหลักอยู่ที่บ้านเถลิงยศ ทำงานไปด้วยรอรสาไปด้วยอย่างกระวนกระวาย ปุยนุ่น เดินยิ้มเข้ามาพร้อมถาดเครื่องดื่มที่สายใจให้เอามา เสิร์ฟ

“ขอบคุณมากครับ ผมฝากขอบคุณคุณป้าด้วยนะครับ”

ปุยนุ่นรับคำแล้วตั้งท่า จะรินให้ ชีวินเกรงใจขอจัดการเอง แต่สาวใช้ก็ยังไม่ขยับไปไหน แถมเปิดปากเม้าท์มอยประสาคนช่างพูด

“คุณชีวินกับคุณรสา ขยันจังเลยนะคะ ครั้งที่แล้วที่คุณภัคต่อเติมเรือนหลังใหญ่ คนที่เขามารับทำไม่เห็นจะตั้งใจแบบนี้เลย บางคนทำแค่วันสองวันก็หายไปแล้ว ต้องเปลี่ยนคนทำตั้งเกือบสิบคนนะคะกว่าบ้านจะเสร็จ”

“ เกือบสิบคน?!” ชีวินทวนคำอย่างเหลือเชื่อ

“ค่ะ แต่ครั้งนี้ปุยว่าคงไม่เปลี่ยนหรอกค่ะ คุณภัคดูเหมือนจะชอบคุณรสนะคะ...เอ่อ...คือปุยหมายถึงชอบ งานน่ะค่ะ”

คำพูดของปุยนุ่นทำให้ชีวินเป็นกังวลจนต้อง แอบหยั่งเชิงด้วยความอยากรู้ “แล้วทำไมปุยนุ่นถึงคิดว่าคุณภัคชอบรส...หมายถึงชอบงานของรสน่ะ ”

“ก็คุณรสาเธอตั้งใจทำงาน อีกทั้งคุณพักตร์วิมล กับคุณยูโฮะมาอาละวาด คุณรสาก็รับมือได้หมด แถมคุณภัคก็ยังเข้าข้างคุณรสาอีก ปกติปุยไม่เคยเห็นคุณภัคเธอเข้าข้างใครเลยนะคะ”

“ทำไม ครับ”

“ปกติคุณภัคไม่ค่อยยุ่งกับใคร ใครทะเลาะกันอย่างมากก็เดินหนี ไม่มีใครที่จะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ แต่กับคุณรสาต่างกันมากเลยค่ะ อ้อ...มีอีกอย่างหนึ่งนะคะ ปกติคุณภัคไม่ค่อยชอบทานอาหารร่วมโต๊ะกับใคร โดยเฉพาะทานที่บ้าน แม้แต่คุณเผด็จนานๆถึงจะเชิญสักครั้ง แต่กับคุณรสาชวนทั้งกลางวัน ทั้งเย็น ถ้าวันไหน ไม่อยู่ก็ให้ป้าใจทำไว้ให้ คุณภัคเธอให้เกียรติคุณรสามากๆเลยค่ะ”

ปุยนุ่นสาธยาย ด้วยความชื่นชม คิดว่าชีวินได้ยินแล้วน่าจะรู้สึกดี แต่หารู้ไม่ว่าความเครียดกำลังเกาะกุมใจเขาต่างหาก

“ปุย ล่ะโล่งอกแทนคุณรสาที่คุณภัคเธอปลื้ม เพราะถ้าไม่ปลื้ม แค่วันแรกก็ต้องไปแล้วล่ะค่ะ นี่อยู่มาได้ตั้ง หลายวัน ปุยล่ะดีใจจริงๆ”

ยิ่งฟังชีวินก็ยิ่งอึ้ง หน้าตาเครียดอย่างเห็นได้ชัดจนปุยนุ่นเริ่มสังเกตเห็น

“ คุณชีวินไม่ดีใจเหรอคะที่คุณภัคปลื้มคุณรสา”

ชายหนุ่ม สะอึกพูดไม่ออก ได้แต่ยิ้มแห้งๆแหะๆด้วยความหนักใจ

ooooooo
เพราะไม่ได้ตั้งใจมาซื้อสินค้าในร้านนี้ ทำให้ภคพงษ์ตัดสินใจเองไม่ได้เมื่อถูกพนักงานถามต้อนไปต้อนมาหลังจากดูขั้น ตอนการผลิตครบถ้วนและเดินชมผลิตภัณฑ์จนทั่วร้าน

เมื่อ นึกไม่ออกบอกไม่ถูก เขาจึงโยนหน้าที่ให้รสาฐานะอินทีเรียตกแต่งบ้าน แต่เอาเข้าจริงเขาก็แอบส่งซิกกับเธอด้วยการส่ายหน้าปฏิเสธทุกอย่างที่ พนักงานนำเสนอ ทำเอารสาเซ็งจัดและเกรงใจพนักงาน

“ผมเปลี่ยนใจแล้ว” เขาเอ่ยขึ้นหลังจากดูนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาห้าโมง เย็น

“เปลี่ยนใจอะไรคะ” รสาไม่เข้าใจ

“ผม เห็นด้วยกับคุณ...เรื่องที่คุณไม่ได้ใส่โอ่งไว้ในแบบบ้าน แล้วผมคิดว่าคุณควรจะใส่ของพวกนี้ลงไปในแบบก่อน แล้วครั้งต่อไปเราค่อยมาเดินดูกันอีกครั้ง”

“เรา? ครั้งต่อไปเนี่ยนะ” รสาเริ่มเสียงดังอย่างหงุดหงิด เขาไม่สนใจหันไปขอโทษพนักงานที่ทำให้เสียเวลา

“ไม่ เป็นไรค่ะ เป็นหน้าที่ของดิฉันอยู่แล้วค่ะ

“ขอบคุณ ครับ”

จาก นั้นเขาชวนรสากลับ โดยตัวเองเดินนำลิ่วไปที่รถ รสาก้าวตามหน้าบึ้งตึง ถามเอาเรื่องว่าเขาตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ ภคพงษ์ยืนยันว่าตนตั้งใจจะมาซื้อเฟอร์นิเจอร์ เธอสวนทันควันว่าไม่เชื่อ

“แล้วคุณคิดว่าผมตั้งใจจะทำ อะไร”

“คุณตั้งใจจะแกล้งดิฉัน”

“ ทำไมผมต้องแกล้งคุณ”

“นั่นคือสิ่งที่คุณต้องตอบ ดิฉัน”

“ผมไม่มีคำตอบ” เขาพูดง่ายแสนง่าย แต่มันทำให้คนฟังขัดเคืองใจอย่างที่สุด ถึงกับไปโวยวายต่อหน้า พิทยาและชีวินที่ออฟฟิศอย่างหัวเสีย

“คนอะไรก็ไม่รู้ กวนประสาทที่สุด เสียเวลาไปครึ่งวัน ไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะพี่พิทตี้นั่นแหละ”

“อ้าว...ฉันเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ” พิทยาโอด

“ก็พี่พิทไฟเขียวให้เขา รสก็เลยปฏิเสธไม่ได้ ถ้ารสทำงานไม่เสร็จทันเวลา ใครจะรับผิดชอบ”

“แค่ออกไปเป็นเพื่อนลูกค้าดู เฟอร์นิเจอร์จะโวยวายอะไรนักหนา ถ้าเธอทำงานไม่ทัน พี่เคลียร์กับคุณภัคเองไม่ต้องห่วงหรอกน่า”

“ถ้า พี่พิทตี้เคลียร์ได้ ผมว่าเคลียร์ตอนนี้เลยดีกว่าครับ” ชีวินแทรกขึ้น และอธิบายต่อไปเมื่อพิทยาไม่เข้าใจว่าเคลียร์อะไร “ก็เคลียร์ให้เขาเลิกจ้างรสไงครับ”

“อ้าวเฮ้ย! ไอ้วิน ทำไมพูดงี้วะ” พิทยาเสียงเข้มแมนขึ้นมาทันที

“ก็ ผมเห็นว่าตั้งแต่รับงานนี้มามีแต่ปัญหา บางทีนายภคพงษ์กับรสดวงอาจจะไม่สมพงษ์กันก็ได้นะครับ รีบๆแยกกันตอนนี้ดีกว่าปล่อยให้เลยเถิด”

“นี่มันชักจะ เข้าอารมณ์ส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องงานแล้ว ไอ้วินเงียบไปเลย รีบๆก้มหน้าทำงาน อย่ามาชักใบให้ เรือเสีย”

ชีวิน จำใจเงียบ แต่ไม่วายมองหน้ารสาด้วยความเป็นห่วง ส่วนพิทยาตั้งหน้าปะเหลาะรสาว่าภคพงษ์ไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องมากนิดหน่อยตามประสาคุณหนูเอาแต่ใจ อย่าไปถือสา ถ้าเรานิ่งๆเดี๋ยวเขาก็เลิกหาเรื่องไปเอง

“แล้วถ้าเขา ไม่เลิกล่ะครับ” ชีวินโพล่งขึ้นอีก พิทยาหันขวับมาจ้องตาแทบหลุด พร้อมกับชี้นิ้วให้ก้มหน้าทำงานต่อไป ห้ามมีปากมีเสียงเด็ดขาด

อีก ครู่ต่อมา รสาเดินครุ่นคิดเรื่องภคพงษ์ออกมาหน้าบริษัท นึกถึงรูปวัยเด็กที่เห็นวันก่อนแล้วอดคิดไม่ได้ว่าเขาเป็นคุณหนูเอาแต่ใจ หรือเด็กมีปัญหากันแน่ และเพื่อให้เคลียร์จึงรีบโทร.ขอความช่วยเหลือจากคัพเค้กให้หาข้อมูลโดยเร็ว ที่สุดว่าแม่ของภคพงษ์เป็นใครมาจากไหน และตอนนี้เป็นยังไงบ้าง

ooooooo

ค่ำ คืน อันเงียบเหงา ภคพงษ์กลับมาจมอยู่กับความเศร้าสะเทือนใจอีกครั้ง เมื่อก้าวย่างเข้ามาในเรือนเล็กซึ่งเต็มไปด้วยอดีตที่แสนปวด ร้าว...

หลัง จากแม่รัชนีทิ้งเขาและพ่อไปได้ไม่นาน พ่อตรอมใจเจ็บไข้ได้ป่วยเรื่อยมาจนวันหนึ่งท่านก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับ แม่ไม่ได้กลับมาเผาศพพ่อ แต่มาในวันเปิดพินัยกรรมด้วยเสื้อผ้าสีสันไม่มีร่องรอยความเสียใจให้เห็นสัก นิด แม่จดจ่อกับพินัยกรรมอย่างมาก แต่ปรากฏว่าแม่ถูกตัดจากกองมรดกไม่ได้รับอะไรแม้แต่สิ่ง เดียว

รัชนีแค้น ใจมาก พรวดพราดออกจากบ้านด้วยความหงุดหงิดผิดหวัง โดยไม่ฟังเสียงร่ำร้องของลูกชายตัวน้อยที่วิ่งตามจนถึงหน้าบ้าน สายใจกับเผด็จต้องตามมาจับตัวเขาไว้

“คุณผู้หญิงคะ คุณผู้หญิงจะไปจริงๆเหรอคะ” สายใจเอ่ยปากอย่างวิงวอน

“ใน เมื่อคุณพรตยกสมบัติทุกอย่างให้ลูกชายของเขา ทั้งเงิน หุ้นบริษัท บ้าน ที่ดิน แม้แต่เครื่องเพชร ไม่มี อะไรเป็นของฉันสักอย่าง คุณพรตทำกับฉันขนาดนี้ ฉันจะอยู่ทำไม”

“แต่ถ้าคุณอยู่ดูแลคุณภัค คุณพรตก็ให้เงินคุณทุกเดือนนะครับ” เผด็จหว่านล้อมด้วยความจริง

“ฉันไม่ใช่พี่เลี้ยงเด็ก งานแบบนั้นให้สายใจทำไปก็แล้วกัน...ฉันฝากเธอสองคนดูแล ด้วย”

รัชนี ตัดใจเดินลิ่วไปไม่เหลียวหลัง เด็กชายภคพงษ์ ตกใจและไม่เข้าใจ แต่ก็ตะโกนเรียกแม่ลั่นพร้อมกับวิ่ง ตามบอกว่าจะไปกับคุณแม่ สายใจรั้งเขาไว้ทั้งน้ำตาด้วยความสงสาร ขณะที่เผด็จแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ คิดในใจว่า รัชนีช่างเลือดเย็นเสียนี่กระไร ทิ้งลูกน้อยไร้เดียงสาอย่างไม่ไยดี...

ภาพอดีตครั้งนั้น จางหายไปพร้อมๆ กับแววตาแข็งกระด้างของภคพงษ์ที่บัดนี้ไม่มีน้ำตาอีกต่อไป มีแต่ ความโกรธแค้นที่ซ่อนอยู่ลึกๆในใจ เขาเดินมาหยุดมุมหนึ่งในห้องรับแขกที่ยังตกแต่งไม่เสร็จ พูดกับรูปพ่อที่ติดไว้บนผนังด้วยน้ำเสียงชิงชังคนเป็น แม่

“ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าทำไมคุณพ่อถึงไม่ยอมแบ่งสมบัติ ให้ผู้หญิงคนนั้น”

ooooooo

เช้า วันรุ่งขึ้น รสามาทำงานตามปกติ เธอมุ่งมาที่มุมประจำของสายใจเพื่อส่งมอบกล่องรูปถ่ายที่เอามาจากเรือนเล็ก ให้สายใจเก็บไว้ เพราะกลัวจะหายในระหว่างการซ่อมแซม

“ขอบคุณค่ะ สงสัยจะเป็นกล่องของคุณหนูตั้งแต่สมัยเด็กๆน่ะค่ะ”

“ป้า ใจคะ ตั้งแต่รสมาทำงานที่นี่ รสเห็นแต่รูปของคุณพรตพ่อของคุณภคพงษ์ ยังไม่เคยเห็นรูปคุณแม่เลย ป้าใจพอจะมีไหมคะ รสอยากรู้จักไว้ ถ้าได้เจอท่านจะได้ทราบว่าเป็นใคร”

สายใจชะงัก...แววตา เศร้าลงทันใด “คุณรสาไม่ต้องกังวล มันคงไม่มีวันนั้น”

“ทำไมคะ หรือว่า...ท่านเสียไปแล้ว”

“ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” สายใจตอบเพียงแค่นี้แล้วก็เงียบไป รสาแปลกใจแต่ไม่กล้าถามต่อ ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ...

เช้า วันเดียวกันที่ระยอง พิมพรรณรีบร้อนจะออกไปทำงานเพราะวันนี้มีประชุมกับผู้อำนวยการ แต่ปรากฏว่า ห้าวซึ่งมีหน้าที่รับส่งเธอทุกวันยังไม่ได้อาบน้ำแต่งตัว เธอร้อนใจมากเร่งห้าวเป็นการใหญ่ ห้าวรับปากอีกห้านาทีเสร็จแน่นอน

พอ ห้าวคล้อยหลัง โทรศัพท์มือถือพิมพรรณดังขึ้นทันที วาริชโทร.มาบอกว่าตนอยู่หน้าบ้านของเธอ หญิงสาวซักถามด้วยความแปลกใจก่อนรีบร้อนออกไปอาศัยรถเขาตามคำชวน โดยไม่ลืมโทร.บอกห้าวว่าตนไปกับเพื่อนแล้ว ห้าวกำลังจะถามว่าเพื่อนคนไหน แต่เธอชิงวางสายไปเสียก่อน

วาริชพอใจที่พิมพรรณให้ความ เป็นกันเองยอมขึ้นรถมากับตน และหมายผูกมิตรตีสนิทกับเธอให้มากกว่านี้

“พิมต้องขอบ คุณวาริชมากนะคะ ที่ให้พิมติดรถมาด้วย”

“ด้วย ความยินดีเลยครับ ผมเพิ่งมาทำธุระที่ตลาดน่ะครับ เสร็จธุระจะไปโรงเรียน พอดีขับผ่านมาเห็นป้าย บ้านพร้อม ก็เลยลองเลี้ยวรถเข้ามาดูให้แน่ใจว่าเป็นพร้อมเดียวกันหรือ เปล่า”

“แถบนี้มีอยู่พร้อมเดียวนี่แหละ ค่ะ”

“สวยนะครับ...ผมหมายถึงรีสอร์ตน่ะครับ...สวย มาก”

“รสเป็นคนออกแบบค่ะ”

“รส? เป็นใครครับ”

“เป็นคนสำคัญของพิมค่ะ เอาไว้ถ้าเจอ พิมจะแนะนำให้รู้จักค่ะ ไม่แน่นะคะ วันที่วาริชมาเยี่ยมชมรีสอร์ต รสอาจจะอยู่ด้วย”

“ได้ครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนสำคัญของพิมจะหน้าตาเป็นยัง ไง”

ชายหนุ่มส่งยิ้มหวาน หญิงสาวยิ้มรับด้วยท่าทีขวย เขิน

ooooooo

เสร็จ ธุระกับสายใจแล้ว รสาออกมาขึ้นรถตัวเองเพื่อขับไปยังเรือนเล็ก เธอสตาร์ตเครื่องหลายครั้งไม่ยอมติด กระทั่งเปลี่ยนออกมาเห็นจึงช่วยดูให้ แต่ทำยังไงก็ไม่ติดอยู่ดี เปลี่ยนแนะนำให้เรียกช่างที่อู่ประจำของเจ้านายมาดู รสาท่าทีเกรงใจจะปฏิเสธ ก็พอดีสายใจเดินออกมากับปุยนุ่น

“ไม่ต้องแต่หรอกค่ะ เดี๋ยวให้ไอ้เปลี่ยนมันจัดการ โทร.ไปเลย บอกให้เขารีบจัดช่างมา” สายใจรวบรัดจนรสาปฏิเสธไม่ออก ตอบขอบคุณแล้วเดินเข้าไปพูดกับรถตัวเองเบาๆอย่างเป็น กังวล

“เย็นนี้แม่ต้องไปหาพี่พิมที่ระยอง อย่าเป็นอะไรมากนะกระป๋องลูกแม่”

ผ่าน ไปพักใหญ่ เจ้ากระป๋องของรสาถูกลากออกจากบ้านเถลิงยศ รสายืนมองหน้าละห้อย ข้างตัวมีกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่และกระเป๋างานอีกหนึ่งใบ กลาง

“ช่างเค้าบอกว่าน่าจะสองสามวันถึงจะเรียบร้อยน่ะ ครับ เพราะอะไหล่รุ่นนี้มันหายากต้องใช้เวลานานหน่อย”

“รส เข้าใจค่ะ พี่เปลี่ยน”

“ถ้าช่วงนี้คุณรสจะต้องไปไหนมาไหนให้เจ้า เปลี่ยนมันขับรถไปให้ก็ได้นะคะ ป้าจะเรียนคุณหนูให้ รถของที่นี่มีตั้งหลายคัน คุณหนูท่านอนุญาตอยู่แล้ว”

“ขอบคุณป้าใจที่เป็นห่วงนะคะ แต่รสใช้บริการรถประจำทางหรือไม่แท็กซี่ก็ได้ค่ะ ไม่ได้ลำบากอะไร...ขอบคุณพี่เปลี่ยนด้วยนะคะ ที่เป็นธุระลากเจ้ากระป๋องไปซ่อม”

“ด้วยความยินดี ครับ”

“รสขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” รสาหันมาหอบ กระเป๋า เปลี่ยนจะเข้ามาช่วย แต่เธอรีบปฏิเสธด้วยความเกรงใจ “ไม่เป็นไรค่ะ มันไม่ได้หนัก รสถือไปเองค่ะ ขอบคุณค่ะ”

รสาหอบของพะรุงพะรังไปเต็มสองมือ เปลี่ยนกับสายใจมองตามด้วยความชื่นชม

“คุณรสาแกขี้เกรง ใจจริงๆนะป้า ไอ้โน่นก็ไม่เอา ไอ้นี่ก็ไม่เอา ไม่เหมือนพวกผู้หญิงที่วิ่งไล่จับคุณท่าน

ไอ้โน่นก็จะ เอา ไอ้นี่ก็จะเอา เฮ้อ...บางทีผมเห็นมากรี๊ดๆ ที่บ้าน ผมยังเหนื่อยแทนเลย”

สายใจไม่พูดอะไร แต่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับเปลี่ยน... ส่วนในบ้านหลังใหญ่ ภคพงษ์ทราบเรื่องรถของรสาอย่างละเอียดจากปุยนุ่นแล้ว เขามีความคิดบางอย่างก่อนจะมุ่งหน้าไปเรือนเล็ก และเผอิญได้ยินรสาคุยโทรศัพท์กับใครบางคนด้วยความสนิท สนม

ห้าวโทร.มาปรึกษาเรื่องพิมพรรณ บอกเล่าว่าเมื่อเช้า มีเพื่อนมารับเธอที่บ้าน ซึ่งตนแน่ใจว่าต้องเป็นผู้ชาย

“ถ้าเป็นผู้ชายแล้วมัน เป็นยังไงเหรอ ทำไมพี่ห้าวถึงได้ห่วง”

“ไม่รู้เหมือนกัน บอกไม่ถูก มันเป็นแบบความรู้สึกน่ะ อธิบายไม่ได้ รู้แค่ว่ามันมีอะไรบางอย่างไม่น่าวางใจ”

“พี่ห้าวคิดมาก ไปเองหรือเปล่า รสว่าไม่มีอะไรหรอกจ้ะ เอาอย่างนี้แล้วกัน เย็นนี้เลิกงานแล้วรสจะรีบกลับระยองเลย อาจจะดึกนิดหน่อย พอดีไอ้กระป๋องของรสมันงอแง ตอนนี้ลากเข้าอู่ไปแล้ว รสต้องไปกลับรถตู้ พอไปถึงรสจะรีบคุยกับพิมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

“ จริงๆนะ รสรีบกลับมาเลยนะ...คือพี่เป็นห่วงพิมน่ะ อยากให้รสรีบมาคุยกับพิม”

“จ้ะ รสเตรียมกระเป๋าเสื้อผ้ามาเรียบร้อย เลิกงานปุ๊บจะรีบไปหาจ้ะ พี่ห้าวก็อย่าเพิ่งคิดมาก มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ รสไปทำงานต่อก่อนนะ คืนนี้เจอกันจ้ะ”

“จ้ะ...เจอกัน” ห้าววางสายด้วยสีหน้าแช่มชื่น...ฝ่ายรสาหันกลับมาทำงานต่อโดยไม่รู้เลยว่าบท สนทนาเมื่อครู่ของตนกับพี่ห้าวมีคนแอบฟังด้วยความสนใจ

รสาขะมักเขม้นกับงานเต็มที่ ไม่กี่ชั่วโมงถัดมาเรือนเล็กค่อยๆมีชีวิตชีวามากขึ้น ผนังและหน้าต่างเก่าๆเริ่มมีสี เพดานโล่งๆติดไฟสวยงาม ครั้นได้เวลาห้าโมงเย็นเลิกงาน บรรดาช่างต่างทยอยกันเก็บของกลับบ้าน รสาเองก็เตรียมตัวเพราะเย็นนี้ต้องเดินทางไกล แต่เมื่อเธอจะไปหยิบกระเป๋าเดินทางที่วางไว้ตั้งแต่เช้า และเมื่อสามสี่โมงเย็นก็ยังเห็นอยู่ มันกลับหายไปไหนไม่รู้ ถามช่างว่ามีใครหยิบผิดไปบ้างหรือเปล่าก็ไม่มีใครรู้ เห็น

ที่แท้เปลี่ยนกับปุยนุ่นไปขนมาไว้ในรถตู้ตามคำสั่ง ของภคพงษ์ แถมเปลี่ยนยังรายงานรสาด้วยว่าคุณท่านกำชับให้ตนไปส่งให้ถึงที่ ห้ามส่งแค่หน้าปากซอยหรือท่ารถ รสาแปลกใจภคพงษ์รู้ได้อย่างไรว่าตนจะไปต่างจังหวัด แต่ถึงยังไงเธอก็เกรงใจและลำบากใจถ้าต้องให้เปลี่ยนไป ส่ง

ทันใดนั้น ภคพงษ์ปรากฏตัวย้ำกับรสาว่าตนอนุญาตแล้วไม่ต้องลำบากใจ ให้ปลี่ยนไปส่งจะได้ไม่ต้องนั่งรถ ประจำทาง

“ขอบคุณนะคะ แต่ดิฉันขอนั่งรถประจำทางไปดีกว่าค่ะ”

“เปลี่ยน ปุยนุ่น ยกกระเป๋าคุณรสาลงจากรถ...แล้วยกไปไว้ที่รถฉัน ฉันขับรถไปส่งคุณรสาเอง”

รสาหน้าเหวอ ส่วนปุยนุ่นกับเปลี่ยนปฏิบัติตามคำสั่งเจ้านายอย่างว่องไว พอรสาจะทักท้วง ภคพงษ์ก็ชิงพูดเสียก่อนว่า “คุณรีบไปไม่ใช่เหรอ...เชิญครับ ”

ooooooo

ในครัวบ้านนายพร้อม ห้าวลงมือทำอาหารหลายอย่าง วิมลแปลกใจถามห้าวว่ามีอะไรพิเศษหรือเปล่า พิมพรรณกลับมาได้ยินพอดี แซวห้าวว่าทำแต่ของโปรดของรสาทั้งนั้นเลย

“แหม...ก็นานๆ รสจะกลับมาที ก็เลยเอาใจเขานิดนึง”

“จ้า...เข้าใจ พิมน่ะเข้าใจพี่ห้าวเสมอ” พิมพรรณยิ้มกริ่มรู้ทัน ทำเอาห้าวเขินอายรีบเบือนหน้าหนี

พร้อมเข้ามาร่วมวงอีก คน นึกได้ว่ารสากลับวันนี้ ให้แปลกใจว่าทำไมถึงปลีกตัวมาได้ทั้งที่บอกว่างานยุ่ง พิมพรรณว่ามาก็ดีแล้ว ตนคิดถึง มีเรื่องจะเล่าให้ฟังตั้งเยอะแยะ ห้าวสะดุดหูและแอบหวังว่าพิมพรรณอาจจะเล่าเรื่องวาริชให้รสา ฟัง

“เรื่องอะไรล่ะลูก เล่าให้พ่อกับแม่ฟังก็ได้นะ” วิมลเอ่ยขึ้นอย่างอาทร แต่ลูกสาวยิ้มอายๆ พูดอ้อมแอ้มว่าเล่าให้พ่อแม่ฟังก็ไม่เข้าใจหรอก พร้อมได้ยินแล้วหน้าตูมขึ้นมาทันที

“ไม่อยากเล่าก็ไม่ ต้องเล่า งั้นก็ปล่อยให้เด็กๆเขาคุยกันเถอะแม่ เรามันแก่แล้ว”

“อ้าว...งอนซะงั้น” พิมพรรณบ่นหน้าจ๋อย

“ก็มันจริงนี่ เด็กสมัยนี้ไม่รู้มันเป็นอะไร พอมันมีอะไร พ่อแม่รู้เป็นคนสุดท้ายทุกที แต่พอมีปัญหาขึ้นมาพ้นพ่อแม่มันซะที่ไหน คิดแล้วก็น้อยใจเว้ย”

พิมพรรณจ๋อยหนักกว่าเดิม ส่งสายตามาทางแม่เหมือนขอตัวช่วย วิมลจึงท้วงสามีว่าลูกแค่พูดเล่นทำเป็นอารมณ์ขึ้นไปได้ แต่พร้อมกลับกระฟัดกระเฟียดยิ่งขึ้นไปอีก ห้าวเลยต้องช่วยไกล่เกลี่ย

“ฉันว่า...เอางี้ดีไหมจ๊ะ อารมณ์ร่มๆกันก่อน เดี๋ยวน้องรสมานั่งกินข้าวกันพร้อมหน้า ถ้าพิมอยากเล่าเขาก็เล่าเอง ที่จริงนั่งๆกันอยู่ตรงนี้ก็วัยรุ่นกันหมดทุกคนแหละ จริงไหมพิม”

“จริงจ้ะ” พิมพรรณรับมุก แต่ในใจยังรู้สึกกังวลนิดๆ พอห้าวให้เธอไปจัดโต๊ะ จึงลุกออกมาพร้อมกับครุ่นคิดว่าต่อไปนี้ตนคงต้องระวังตัวมากขึ้นที่จะพูด เรื่องส่วนตัว

ooooooo

รสานั่งตัว ลีบมาในรถหรูของภคพงษ์ที่กำลังมุ่งหน้าสู่ระยอง เธอไม่อยากให้เขาไปส่งเลยจริงๆจึงพยายามโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนใจ แต่ยิ่งพูดเขากลับยิ่งดันทุรังอยากเอาชนะ จนเธอต้องเงียบไปพักหนึ่งด้วยความอึดอัด

“คุณรีบไหม นัดใครไว้หรือเปล่า” เขาชวนคุย

“นัดค่ะ ดิฉันนัดกับญาติๆไว้ค่ะ แต่พวกเขารู้แล้วว่าดิฉันรถเสีย ไม่ต้องเร่งรีบอะไร ดิฉันก็เลยอยากนั่งรถไปเองมากกว่า”

ภคพงษ์เงียบไม่ตอบ โต้ และยังขับรถไปเรื่อยๆ ฝ่ายรสาก็ยังพยายามหาข้ออ้างเพื่อจะขึ้นรถตู้ไปเอง ด้วยการปดเขาว่าเธอต้องซื้อของฝากพวกกะปิและปลาหมึก ถ้าไปรถตู้เขาจะจอดที่ร้านขายพอดี ลงจากรถก็ซื้อได้เลย

“ไม่เห็นเป็นไรนี่ ผมแวะให้คุณลงไปซื้อก็ได้”

“แต่มันเหม็นมากนะคะ กลิ่นกะปิ กลิ่นปลาหมึก... ถ้าใส่รถคุณ มันจะเหม็นติดรถไปอีกนานเลยค่ะ”

“ไม่เป็นไร...ผมไม่ ถือ”

รสาหน้ามุ่ย แอบจิกหางตาด้วยความหมั่นไส้ แล้วเธอก็ทำตามที่พูดจริงๆ ให้เขาแวะตลาดซื้อของฝากที่กลิ่นแรงๆทั้งนั้นเอามาใส่รถสุดหรูของเขา มาดหมายว่าเดี๋ยวนายไฮโซจอมกวนนี่คงสติแตกเพราะความเหม็นของมัน ปรากฏว่าเขาผงะอย่างเห็นได้ชัด เธอแสร้งตีหน้าเกรงใจทันที

“กลิ่นมันแรงใช่ไหมคะ ดิฉันก็ว่าแล้ว เอาอย่างนี้ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวจากตรงนี้ดิฉันเรียกรถสองแถวไปเอง ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” ว่าแล้วรสารีบหยิบของเตรียมเผ่น

“เดี๋ยว! ไม่ต้อง เดี๋ยวผมไปส่งคุณเอง”

“แต่กลิ่นมันจะเหม็นมากนะคะ เนี่ยค่ะ เหม็นมากๆเลยค่ะ” เธอแกล้งขยับปากถุงกระพือกลิ่น...แทนที่เขาจะยี้กลับยิ้ม กดปุ่มเปิดหลังคารถพาเธอมุ่งหน้าต่อไปโดยไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นเหม็นอีก เลย

รสานั่งรถเปิดประทุนโต้ลมอย่างไม่เป็นสุข ต้องคอยจับผมที่สะบัดไปมาจนเมื่อยมือ ที่สุดต้องเอายางมัดผมมารวบไว้ แล้วหยิบแว่นสีชามาใส่ถนอมสายตาด้วยอีกอ ย่าง

ooooooo

ชีวินออกจากออฟฟิศ ทันทีที่เลิกงาน เขามุ่งหน้าไปบ้านเถลิงยศหวังได้เจอรสา แต่พอไปถึงทราบเรื่องราวจากเปลี่ยนและปุยนุ่นอย่างละเอียดก็หน้าเจื่อนจ๋อย ใจหายวาบ ระแวงเหลือเกินว่าภคพงษ์ใช่แค่หวังดีกับรสาประสานายจ้างผู้อารีย์ แต่เขาอาจ คิดมากกว่านั้นเพราะรสาทั้งสวยน่ารักและทำงานเก่ง

ค่ำลง ที่บ้านพร้อม ทุกคนรอคอยรสาอย่างจดจ่อ เสียงมือถือพิมพรรณดังขึ้นนึกว่ารสาโทร.มา แต่เจ้าของเครื่องเห็นเบอร์โชว์รีบบอกว่าไม่ใช่ อีกทั้งยังทำให้ชวนสงสัยด้วยการเดินออกไปคุยห่างๆ

วาริช โทร.มาย้ำเรื่องที่จะขอไปดูรีสอร์ตที่บ้านของเธอวันอาทิตย์นี้ พิมพรรณยินดีไม่มีปัญหา ตอบรับเขาทันทีด้วยความเต็มใจ ห้าวแอบมองมาด้วยความสงสัย สังหรณ์ใจว่าจะเป็นเพื่อนใหม่หน้าเข้มคนนั้น?

ไฟแสงจาก รถคันหนึ่งหน้ารีสอร์ตทำให้ห้าวหยุดคิดเรื่องพิมพรรณ เดินอ้าวออกไปเมียงมองอย่างไม่คาดฝันว่าจะมีรถหรูราคาแพงเข้ามาถึงนี่ แต่พอเห็นรสานั่งมาด้วยก็ชะงัก สีหน้ายิ้มๆกลับกลายเป็นตูมตึงขึ้นมาทันที ฝ่ายสามคนพ่อแม่ลูกพอรู้เห็นว่ารสามากับผู้ชายก็แตกตื่นกัน ใหญ่

ภคพงษ์จะช่วยรสาหิ้วของเข้าไปส่ง แต่ห้าวขัดขึ้น เสียงแข็งพร้อมกับมองหน้าเขาอย่างไม่เป็นมิตร พอรสาแนะนำว่าเขาเป็นลูกค้าที่ตนรับซ่อมแซมบ้านให้ ห้าวยิ่งไม่ไว้ใจประชดประชันทันทีว่า

“ลูกค้าบริษัทรส นี่ใจดีจัง ไม่ทราบว่าคุณขับรถมาส่งมัณฑนากรที่ต่างจังหวัดแบบนี้ทุกคนหรือเปล่าครับ หรือว่าสำหรับรสดูแลดีเป็นพิเศษ”

“พี่ห้าว!!” รสาปรามเสียงหลง

“พี่อยากรู้จริงๆนะ เพราะมันดูใจดีผิดสังเกต” ห้าวพูดโต้งๆ ตรงไปตรงมา รสาถึงกับอึกอักพูดไม่ออก

“ที่ผมขับรถมาส่งเพราะเห็นว่า รถของคุณรสาเสีย ตอนแรกจะให้คนรถขับมาส่ง แต่คุณรสาเกรงใจไม่ยอม ผมก็เลยต้องขับรถมาส่งเอง”

“มันก็ยังไม่ใช่เหตุผลอยู่ ดี”

“พี่ห้าว พอเถอะจ้ะ” พิมพรรณแทรกขึ้น “คุณภคพงษ์จะมาส่งด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างเหอะน่า รสมาถึงโดยปลอดภัยก็พอแล้ว คุณภคพงษ์คะ ขับรถมาเหนื่อยๆ เชิญเข้าไปในบ้านก่อนนะคะ พิมจะได้แนะนำให้รู้จักพ่อกับแม่ด้วย”

“แต่ถ้าคุณไม่ อยากเข้าไป ก็ไม่เป็นไรนะคะ” รสา รีบบอกด้วยความเกรงใจ

“ไม่เป็นไร...พักสักหน่อยก็ดี เหมือนกัน...ขอบคุณครับ”

พิมพรรณยิ้มรับแล้วจูงมือรสานำ ไป ส่วนกระเป๋าและข้าวของให้ห้าวเหมาไปคนเดียว...รสาแนะนำภคพงษ์ให้รู้จักพ่อ แม่บุญธรรมของตน พร้อมทั้งบอกพวกท่านว่าภคพงษ์เป็นลูกค้าของบริษัท

ชาย หนุ่มยกมือไหว้พร้อมและวิมลอย่างสุภาพนอบน้อม พิมพรรณถึงกับอมยิ้มในความเรียบร้อย รสาเองก็แอบแปลกใจในความสุภาพของเขาเวลาอยู่กับผู้ใหญ่ มีแต่ห้าวที่ยืนกอดอกมองเขาด้วยความหมั่นไส้

“ยินดีที่ ได้รู้จักนะคะ ขอบคุณมากที่ขับรถมาส่งหนูรสถึงที่นี่” วิมลเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

“ด้วยความยินดี ครับ”

“แต่คราวหน้าคราวหลัง รสโทร.บอกพี่ก็ได้นะเดี๋ยวพี่ขับรถไปรับเอง ไม่ต้องรบกวนคนอื่น เดี๋ยวจะเป็นบุญคุณให้เกรงใจ”

“ห้าว...” วิมลปรามด้วยสายตาเข้มดุจนห้าวจำต้องเงียบลงด้วยความเกรง ใจ

“ไม่ต้องเกรงใจครับ ผมไม่ได้คิดว่าเป็นบุญคุณอะไร”

พร้อมเพิ่งเห็นถุงกะปิ และปลาหมึก ถามว่าของใคร ไปหอบมาจากไหนกัน รสาอึกอักเล็กน้อยก่อนบอกว่าตนจะซื้อไปฝากป้าอาภรณ์

“ เอ...ปกติถ้าแกจะเอาเพิ่มจะโทร.มาสั่งให้อาซื้อ ทำไมครั้งนี้ถึงให้รสซื้อ ไม่ยอมโทร.มาเอง สงสัยต้องโทร.ไปถามหน่อยแล้ว” วิมลทำท่าจะหยิบโทรศัพท์มือถือ รสาตกใจโพล่งขึ้นทันที

“อาวิมลคะ ไม่ต้องโทร.หรอกค่ะ คือป้าไม่ได้สั่ง แต่รสอยากจะซื้อไปฝากเอง นานๆจะมีคนขับรถมาส่ง รสก็เลยแวะซื้อน่ะค่ะ”

“โธ่รส ทำแบบนั้นรถคุณภคพงษ์ก็เหม็นแย่”

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ คุณภคพงษ์เขาไม่ถือ”

ภคพงษ์ไม่ต่อปากต่อคำรสา ได้แต่ยิ้มรับอย่างแนบเนียน พร้อมมองชายหนุ่มรูปหล่อมารยาทงามแล้วยิ้มอย่างถูกชะตา เอ่ยปากชวนเขาร่วมวงกินข้าว เขาไม่ตอบแต่หันมองหน้ารสาเชิงขอความเห็น

“ถ้าคุณไม่ รีบ...ก็อยู่ทานก่อนสิคะ เป็นการขอบคุณที่อุตส่าห์ขับรถมาส่ง”

“ขอบคุณคุณอาและ คุณรสานะครับที่ชวน แต่ผมคงต้องขอตัวกลับก่อน ครั้งหน้าไม่พลาด...รีสอร์ตนี้น่ารักมาก ผมต้องกลับมาอีกครั้งแน่ๆ และไม่ได้มาในฐานะลูกค้าบริษัท”

รสาชะงักกับคำพูดของ เขา...ห้าวกระตุกวาบ ไม่ชอบหน้าหมอนี่อย่างแรง...

หลังจากร่ำลาทุกคนกลับออก มาแล้ว ภคพงษ์อดเหลียวกลับไปดูพวกเขาอีกครั้งไม่ได้ เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะหยอกเย้าอย่างมีความสุขของทุกคนทำให้เขาอมยิ้มไป ด้วย แต่สักพักพอกลับมามองตัวเอง รอยยิ้มนั้นค่อยๆจางหายไป นึกถึงตั้งแต่พ่อตายจากเขาต้องนั่งกินข้าวคนเดียวมาตลอดตั้งแต่เด็กจนถึง ปัจจุบัน

ความอ้างว้างเงียบเหงาทำให้ชีวิตของเขาไร้ความ สุขสนุกสนาน...ต่างจากรสาที่ถึงแม้ไม่มีพ่อแม่ แต่รอบกายเธอรายล้อมไปด้วยความรักความอบอุ่นจากทุกคน โดยเฉพาะบุคคลในครอบครัวพ่อแม่บุญธรรมของเธอ

คืนนั้น ภคพงษ์ขับรถกลับกรุงเทพฯ ด้วยความรู้สึกนึกคิดหลายอย่าง แต่อย่างหนึ่งก็คือเขาแอบคิดถึงรสา การมาระยองครั้งนี้ทำให้เขาได้รู้จักตัวตนอีกมุมหนึ่งของเธอ ได้เห็นความสดใสและความเป็นธรรมชาติของผู้หญิง ธรรมดาๆ แต่น่าสนใจไม่น้อยเลย...

หลังอาหารมื้ออร่อยนั้น ห้าวยังติดใจเรื่องภคพงษ์จึงหาโอกาสเลียบเคียงถามรสาว่าเขาไม่ได้จีบแน่นะ และถ้าไม่จีบทำไมเขาต้องมาส่งเธอด้วย

“เขาก็แค่อยากจะ เอาชนะตามประสาคนไม่เคยแพ้น่ะ เรื่องมันยาวและไร้สาระ พี่ห้าวอย่าไปสนใจเลยจ้ะ เอาเป็นว่าที่เขามาส่งรสไม่ใช่เพราะอยากมาส่งก็แล้ว กัน”

ห้าวฟังแล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี รสาไม่อยากพูดถึงอีก เปลี่ยนไปคุยเรื่องพิมพรรณ

“เออ...พี่ห้าว แล้วเรื่องพิมที่จะให้รสถามน่ะ ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงมายังไง แล้วจะให้รสถามอะไรบ้าง”

หลังจากพูดคุยตกลงกับห้าวเรียบ ร้อยแล้ว รสากลับมาที่ห้องนอนเห็นพิมพรรณกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อ่านข้อความที่วาริช ส่งเข้ามือถือ และเธอส่งย้อนกลับไปด้วยเช่นกัน รสาทำทีเข้ามาหยั่งเชิงว่าสงสัยมีหนุ่มส่งข้อความมาจีบถึงได้ยิ้มกับมือถือ พิมพรรณยิ้มอายๆ พูดอ้อมแอ้มว่าเราก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า

“เล่ามาจะช่วยวิเคราะห์ให้ เริ่มต้นจากเป็นใคร ชื่ออะไร มาจากไหน”

“ชื่อวาริช มาจากเชียงใหม่ มาติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ให้ห้องสมุด เขาก็มาคุยด้วย มารับไปโรงเรียน โทร.มาหา ส่งข้อความมาบอกฝันดีอะไรทำนองเนี้ย”

“แล้วพิมรู้สึกยัง ไงกับเขาล่ะ”

“พิมว่า...เขาก็คงจะดีแบบนี้กับทุกคน เขาคงไม่ได้มาจีบหรอก พิมเป็นผู้หญิงธรรมดา เรียบๆ อาจจะน่าเบื่อด้วยซ้ำ ใครจะมาสนใจ”

“พิมน่ะน่ารักจะตาย นิสัยก็ดี อยู่ด้วยแล้วมีความสุข ถ้าจะมีหนุ่มมาจีบไม่เห็นจะแปลกเลย มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ”

“แล้วรสล่ะ คุณภคพงษ์เขาจีบรสหรือเปล่า”

“ไม่ได้จีบ รสว่าจริงๆแล้วเขาไม่ค่อยชอบรสหรอก คงไม่ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน”

“ครั้งแรกเลย เหรอ”

“ใช่...พิมจำผู้ชายที่ขี่เจ็ตสกีมาชนกับเรือของ พี่ห้าวตอนโน้นได้มั้ย”

“จำได้ อย่าบอกนะว่าเขาคือคุณภคพงษ์” รสาพยักหน้า พิมพรรณถึงกับอุทานว่าจริงเหรอ บังเอิญสุดๆ

“ใช่ รสก็ใส่เขาไปซะเยอะตั้งแต่เจอกันตอนนั้น เขาคงไม่พิศวาสรสหรอก อีกอย่างนะ อย่างเขาต้องดาราหุ่นเอ็กซ์ๆ นักร้องหุ่นอึ๋มๆ หรือไม่ก็พวกไฮโซ ถึงจะเหมาะสม เขาไม่มามองรสหรอก”

“แต่รสทั้งสวยทั้งเก่ง หน้าที่การงานก็ดี ถ้าคุณภคพงษ์จะมาจีบก็ไม่เห็นจะแปลก มั่นใจในตัวเองหน่อยสิจ๊ะ”

“เดี๋ยวนี้ยอกย้อนนะจ๊ะ” รสามันเขี้ยวจับหัวพิมพรรณโยกไปมา

“โอ๊ย...ก็ พูดจริงนี่...วันมะรืนนี้วาริชจะมาเยี่ยมชมรีสอร์ต รสช่วยพิมต้อนรับเขาหน่อยนะ ส่วนเรื่องคุณภคพงษ์คราวหน้าพามาอีกนะ พิมจะได้ช่วยดูให้ไงว่าเขาคิดยังไงกับรสกันแน่”

“ไม่ ต้องหรอกจ้ะ เพราะรสมั่นใจว่าคนอย่างนายภคพงษ์เขาไม่ได้คิดอะไรกับรสแน่ๆ ไม่ต้องให้พิมช่วยดู รสก็รู้อยู่แล้ว” รสาฟันธงร้อยเปอร์เซ็นต์

ooooooo

เช้า วันนี้ นักร้องสาวยูโฮะมาถ่ายเอ็มวีด้วยความไม่สบายใจ เป็นห่วงเรื่องรูปตัวเองกับภคพงษ์ที่ให้โอมแอบถ่ายจะหลุดออกไปลงหนังสือ บันเทิง เธอจึงนัดโอมมาเจอแล้วขอซื้อรูปทั้งหมดนั้นเก็บไว้เอง

“ อะไรกัน...ยูโฮะบอกจะให้พี่เอารูปไปลงหนังสือ บก.เขาก็รออยู่นะเนี่ย”

“ให้ลงไม่ได้ค่ะ พี่ภัคไม่แฮปปี้ แถมยังบอกว่าถ้ารูปชุดนี้หลุดออกไปเลิกคบ”

“เฮ้ย...ไฮโซ พวกนี้เขาก็ขู่ไปงั้น ไม่ทำจริงหรอก”

“พี่ ภัคทำจริงแน่ ยูโฮะไม่อยากเสี่ยง เอาเป็นว่ารูปพวกนี้ยูโฮะขอแล้วกัน ส่วนเงินนี้ให้พิเศษ ถือว่าเป็นค่าเสียเวลา อย่าลืมนะพี่ ห้ามให้รูปหลุดออกไปเด็ดขาด แล้วรูปในกล้องพี่ก็ลบด้วยนะ อย่าลืมล่ะ”

ยู โฮะพูดเสร็จก็รีบวิ่งไปเข้าฉากถ่ายเอ็มวีต่อ โอมหยิบกล้องมากดดูภาพพลางครุ่นคิดอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วจากนั้นไม่นานโอมก็นัดพบพักตร์วิมลที่ร้านอาหารแห่ง หนึ่ง

“ถ้ารูปนี้หลุดออกไป ภัคจะเลิกกับนังเด็กนั่นเหรอ” พักตร์วิมลทวนคำบอกเล่าของโอมอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง

“ เห็นยูโฮะว่ายังงั้นน่ะ แต่พี่เสียดายรูป อุตส่าห์ถ่ายมาได้แล้วดันไม่ได้ลง เสียดายจริงๆ ถ้ามีใครเอาไปลงเล่มอื่นก็ยังดี”

“ถ้าแพตขอซื้อรูปแล้ว เอาไปลงเล่มอื่น พี่จะขายหรือเปล่า”

“มันก็ขึ้นอยู่กับราคาว่าคุ้มเสี่ยง หรือเปล่า”

ดาราสาวไม่รีรอหยิบสมุดเช็คมาเขียนแล้วส่ง ให้ โอมเห็นตัวเลขถึงกับตาวาว ถอดเมมโมรี่การ์ดให้ทั้งแผ่น

“พี่ให้หมดเลย แต่แพตอย่าบอกว่าเอามาจากพี่แล้วกัน ถ้ายูโฮะถามพี่ก็จะบอกว่าไม่รู้ไม่เห็น ไม่รู้ว่ามันหลุดออกไปได้ยังไง”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ค่ะ แพตไม่ทำให้พี่เดือดร้อนอยู่แล้ว ส่วนนังเด็กนั่นจะเดือดร้อนหรือเปล่า...เดี๋ยวก็รู้”

พักตร์วิมลยิ้มร้าย หวังว่าวิธีกำจัดยูโฮะครั้งนี้ต้องสำเร็จ...

เช้า วันอาทิตย์ ภคพงษ์เข้ามาสำรวจเรือนเล็กที่กำลังอยู่ในระหว่างซ่อมแซม แล้วนึกได้ว่ากล่องรูปถ่ายของตนหายไป จึงโทร.หารสาที่ยังอยู่ระยอง ซึ่งเธอกำลังวิ่งออกกำลังกายท่ามกลางอากาศสดชื่นที่ชาย หาด

“ผมมีเรื่องงานจะถาม”

“วันนี้ วันอาทิตย์นะคะ รออีกสักวันค่อยถามไม่ได้เหรอคะ”

“ไม่ได้ เพราะเรื่องนี้สำคัญมาก...ผมอยากทราบว่ากล่องใส่ของที่อยู่ในตู้ห้องนอนของ ผมมันหายไปไหน”

“เรื่องแค่นี้เนี่ยนะ คะ”

“มันอาจจะเป็นเรื่องเล็กสำหรับคุณ แต่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับผม ถ้าไม่จำเป็นผมคงไม่โทร.มารบกวนในวันหยุด”

“ดิฉัน นำไปฝากไว้กับป้าใจ เพราะเกรงว่าจะหายระหว่างการเคลื่อนย้ายตู้ ส่วนของตกแต่งบ้านเล็กๆ น้อยๆเช่นกรอบรูป ดิฉันนำใส่กล่องและฝากไว้กับป้าใจเช่นกันค่ะ ไม่ทราบว่ามีคำถามอื่นอีกไหมคะ”

“มี...ตอนนี้คุณกำลังทำ อะไรอยู่”

รสา ชะงัก...เดาอารมณ์เขาไม่ออก แต่ก็ตอบตามจริงไปว่ากำลังวิ่งออกกำลังกาย พอเขาถามว่าจะกลับกรุงเทพฯเมื่อไหร่ เธอบอกเย็นนี้...ตอบเสร็จนึกว่าหมดคำถาม แต่เขายังอยากรู้อีกว่าจะกลับมายังไง?

“นี่คุณ...ไม่ ทราบว่าเกี่ยวกับเรื่องงานยังไงคะ”

“เกี่ยวสิ ผมอยากแน่ใจว่าคุณกลับมาถึงกรุงเทพฯโดยปลอดภัย ผมจะได้มั่นใจว่าคุณจะมาทำงานให้ผมแต่เช้า”

“คุณไม่ต้อง ห่วงค่ะ ดิฉันไปทำงานให้คุณได้ในวันพรุ่งนี้แน่ๆ ตั้งแต่เช้าตามเวลางาน”

“ดี...อย่ามาสายล่ะ คุณมีงานอีกมากที่ต้องทำ ผมหมดคำถามแล้ว เชิญคุณออกกำลังกายต่อได้”

ภค พงษ์วางสายพร้อมรอยยิ้มนิดๆ ในฐานะเเป็นผู้ควบคุมการสนทนา ต่างจากรสาที่หงุดหงิดเล็กๆ บ่นพึมพำว่าจอมบงการขนานแท้...ทันใดพิมพรรณตะโกนโหวกเหวกเรียกรสา เตือนว่าใกล้เวลานัดแล้ว รสานึกได้รีบวิ่งกลับเข้าบ้านอย่างว่อง ไว

ooooooo






หากถูกใจช่วยกด Like เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานด้วยนะค๊าาาา





ร่วมแสดงความคิดเห็น

ZONEZEED.COM ควมบันเทิงไม่เคยหลับไหล แหล่งรวมความบันเทิงบนโลกออนไล์
เว็บไซต์ โซนซี๊ด.คอม เป็นเว็บไซต์รวบรวมความบันเทิงออนไลน์ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับความบันเทิงเยอะแยะมากมาย หลากหลายหมวดหมู่ หลายเรื่อง
หากเรื่องในหัวข้อใดมีส่วนพาดพิงหรือละเมิดลิขสิทธิ์ทำให้เกิดความเสียหายกรุณาแจ้งมาที่ zonezeed(แอ๊ด)windowslive.com เพื่อที่จะลบข้อมูลหรือแก้ไขให้ถูกต้อง

Copy right © 2009-2012 ZoneZeed.com is version 3.0 All right reserved. Website design by ZoneZeed.com
Best viewed with IE 6.0 or above | Opera | Firefox browser 1024 x 768 resolutions. เข้าสู่ระบบ